ความลี้ลับของยาสั่ง!!!
ความลี้ลับของยาสั่ง!!!

ยาสั่งคืออะไร มีอำนาจทางไสยศาสตร์หรือปฏิกิริยาทางเคมี (MAGICAL-POISON)
ยาสั่งมีอนุภาพจริงหรือไม่ และมีผลต่อผู้ถูกใช้ด้วยอำนาจลึกลับทางไสยศาสตร์ หรือปฏิกิริยาทางเคมีในทางเป็นพิษต่อร่างกาย

ก่อนข้าพเจ้าจะเขียนเรื่องนี้ ข้าพเจ้าได้รับฟังข่าวโจทย์จรรย์กันมาหลายสิบปีแล้วว่า มีมนุษย์บางพวกที่ตั้งตนเป็นอาจารย์ทางไสยศาสตร์ มีอำนาจเอายาไปโรยในอาหารให้ผู้อื่นรับประทาน และเมื่อต้องการจะสั่งให้ผู้นั้นตายด้วยรับประทานอาหารชนิดใดภายหลังผู้นั้นจะตายใน 3 วัน ข้าพเจ้าก็รับฟังหูไว้หู และผู้ที่ถูกสั่งจะแก้ด้วยรากรางจืดฝนกับน้ำซาวข้าวรับประทานจะพ้นอันตราย แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยเห็นผู้ถูกยาสั่งสักคนเดียว

ครั้นต่อมาในราวปี พ.ศ.2482 ข้าพเจ้าได้มีโอกาสสนทนากัยบรรดามิตรสหายที่เป็นนายตำรวจ ซึ่งเคยรับราชการในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุงและภาคตะวันออก เฉพาะที่อำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ณ 2 แห่งดังกล่าวเป็นที่นิยมทดลองยาสั่งแก่ผู้แปลกหน้าและรับจ้างฆ่าคนด้วยยาสั่ง โดยเฉพาะบรรดานายตำรวจที่ไปตรวจท้องที่ จะขึ้นไปพักบ้านใดแล้วจะต้องให้เจ้าของบ้านและครอบครัวย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วขณะ โอ่งน้ำ ถ้วยชาม หม้อไหและภาชนะต่างๆ หากจะยืมเจ้าของบ้านใช้ต้องเทล้างทำความสะอาดเสียก่อนจึงจะใช้ได้ ฉะนั้นจะไม่ปลอดภัยจากยาสั่ง และชาวบ้าน2 จังหวัดนี้มีรากรางจืดประจำตัวและครอบครัวทุกครอบครัว เพื่อไว้แก้ยาสั่ง เมื่อข้าพเจ้าได้รับคำบอกเล่าจากผู้ที่เคยพบเหตุการณ์มาแล้ว ข้าพเจ้าเริ่มสนใจว่าเรื่องยาสั่งนี้ต้องเป็นความจริงแน่ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไรแน่ และมีอิทธิพลแก่ผู้ถูกอย่างไร ครั้นต่อมาในปี พ.ศ.2483 ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพบปะสังสรรกับบรรดามิตรสหายของข้าพเจ้าได้ติดตามและสนใจอยู่แล้ว บังเอิญมีผู้แทนราษฎรคนหนึ่งมีญาติเป็นหมอไสยศาสตร์ทางจังหวัดภาคใต้อยู่คนหนึ่ง และญาติของผู้แทนนี้มีความเชี่ยวชาญทางใช้ยาสั่งที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงได้รู้ส่วนผสมของยาสั่งจากผู้แทนผู้นี้ และการแก้ผู้ที่ถูกยาสั่งจากปากคำของผู้แทนฯ ผู้นี้ก็คือ ใช้รากรางจืดฝนน้ำซาวข้าวรับประทานดังที่ทราบมาก่อน

ส่วนผสมของยาสั่งที่ใช้ในจังหวัดภาคใต้ มีดังนี้

1. ใช้หนอนชนิดหนึ่งเกิดในป่าทึบในฤดูฝน หนอนชนิดนี้เรียกชื่อทางภาคใต้ว่า หนอนกล้วยปิ้ง
2. ใช้รากไม้พวกสมุนไพรชนิดหนึ่งขอปิดนาม เพื่อมิให้เป็นอันตรายแก่ผู้อื่น มิฉะนั้นอาจมีบางท่านนำไปทดลอง ข้าพเจ้าอาจต้องรับบาปในภายหลัง
3. ใช้ตัวตะกงหรือกิ้งก่าขนาดใหญ่ ซึ่งมีชุกชุมในป่าจังหวัดภาคใต้23

วิธีผสม

ให้นำหนอนกล้วยปิ้งและรากไม้มาตากแห้งแล้วบดเป็นผงและจับตัวตะกงเป็นๆ มาขังไว้ หากจะให้ผู้ถูกยาสั่งรับประทานเนื้อวัวตายก็ให้นำเนื้อวัวมาคลุกกับผงยาแล้วให้ตะกงกิน โดยยัดปากตะกงจนเต็มท้อง เมื่อตัวตะกงตายแล้ว ให้นำมาปิ้งไฟจนกรอบแล้วบดเป็นผง ไปโรยในอาหารให้คนกิน เมื่อผู้นั้นรับประทานยาสั่งแล้ว ยาสั่งก็กระจายซึมอยู่ในโนโลหิตของผู้นั้น และยังไม่เกิดปฏิกิริยาแก่ร่างกายอย่างไร แต่หากผู้นั้นรับประทานเนื้อวัวเมื่อใด ยาสั่งนั้นจะเกิดปฏิกิริยาเป็นพิษต่อหัวใจผู้นั้นทันที ผู้นั้นก็จะถึงแก่ความตาย หากจะให้รับประทานอะไรตายก็ใช้สิ่งนั้นเป็นสื่อกลางคลุกยาพิษให้ตัวตะกงกิน เช่นจะให้กินข้าวสุกตายก็ใช้ข้าวสุกคลุกยาพิษให้ตัวตะกงกิน ท่านผู้อ่านทั้งหลาย ท่านจะเห็นได้ว่าคนโบราณเราก็มีความฉลาดรู้จักปรุงยาที่มีปฏิกิริยาทางเคมีไม่แพ้แพทย์แผนปัจจุบันเลย แต่เป็นที่น่าเสียใจที่ใช้ความฉลาดของตนในทางที่ผิดและเบียดเบียนเพื่อนมนุษย์


ที่มา จากหนังสือแว่นส่องจักรวาล ภาค2 ของ พ.ต.อ. ชลอ อุทกภาชน์ ธบ. น.บท.พิมพ์เมื่อ พ.ศ.2512

Writer :Mr.Chanok, Date : 03-01-2014 08:02:08

ยาสั่ง เป็นไสยดำ ที่คนเกรงกลัว และป้องกันยากมากๆ เพราะยาสั่งเป็นเครื่องมือที่คนที่มีวิชาอาคม ใช้ในการประหัตประหารกัน และมีอยู่ในทั่วทุกภาค ของประเทศไทย

ยาสั่ง หมายถึง สิ่งของอย่างหนึ่ง ที่ผู้ทำได้นำมาโรยลงไปในอาหารหรือน้ำดื่ม รวมทั้งของกินอย่างอื่น แล้วกำหนดด้วยคาถาอาคม ให้ผู้กิน ต้องมีอันเป็นไป ต่างๆนานา ร้ายแรงที่สุดถึงตาย โดยที่ก่อนหน้านั้นไม่มีอาการผิดปกติใดๆเลย โดยที่ยาสั่งอาจจะอยู่ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ชนิดลูกกลอน หรือ ชนิดน้ำ

ยาสั่งนั้นมีระยะหมดฤทธิ์แตกต่างกัน ช่วงการออกฤทธิ์มีตั้งแต่ 3 เดือน ,6 เดือน หรือ 1-2 ปี หากพ้นเส้นตายที่วางไว้ผู้ที่ถูกยาสั่งก็ยังคงมีชีวิตดังเดิม จึงทำให้เกิดความสับสนกันว่า ยาสั่ง เป็นวิชาที่อยู่ระหว่างไสยศาสตร์หรือ ยาพิษกันแน่ เป็นเหตุให้วิชาการทำ ยาสั่งนั้นยากที่จะเผยแพร่ออกมาง่ายๆ เพราะถ้าเปิดเผยออกไปก็อาจเป็น อันตรายต่อตัวเองได้

สำหรับอาการของผู้ที่โดนยาสั่งระยะแรกอาการก็จะเหมือนคนปกติ ต่อมาร่างกายผอมแห้งแรงน้อย มีอาการไข้ ถ้าไปรับประทานอาหารต้องห้ามตามที่ผู้สั่งกำหนดมา จะมีอาการจะอาเจียนเป็นเลือดทันที มีอาการหงอยๆเหงาๆ หรือ ท้องไส้ปั่นป่วน ทุรนทุรายเป็นบางครั้งแล้วหายไป เป็นๆหายๆ ซึ่งคนโบราณมักจะรู้ว่าเป็นอะไร สามารถตรวจชีพจรได้ หัวใจจะเต้นไม่เป็นปกติ หากพบเขาจะใช้ยาถอนทันที คนนั้นก็จะหายจากอาการนั้นทันที

มีความเชื่อว่ายาสั่ง ป้องกันได้โดยนำวัสดุ ที่เป็นโลหะเงิน หรืองาช้าง จุ่มลงไปในน้ำ หรืออาหาร หากสีเปลี่ยนเป็นสีดำ ก็คือมียาสั่งเจือปนมา แต่เรื่องนี้ ได้รับการบอกเล่าจากผู้รู้ ว่าเอาแน่ไม่ได้เพราะคนที่ทำยาสั่งเก่งๆ จะหาทางป้องกันมาแล้ว วิธีป้องกันไม่ให้ถูกยาสั่ง อย่างได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ คือการไม่ทานอาหารหรือน้ำฯลฯ นอกบ้าน นอกจากจะเป็นของที่เป็นของๆตนเองทำและแน่ใจเท่านั้น

Date : 03-01-2014 08:02:08



Counter :13144 [Start : 26/April/2007]