ตำนานรักอมตะ ของหัวใจรักสาวเมืองมะละแหม่งกับชายไทยสูงศักดิ์ ที่ชื่อเจ้าศุขเกษม
( ภาพแม่ชีมะเมี๊ยะ ที่ถ่ายเมื่อ 2565 ตอนอายุ 20 ปี จากคำบอกเล่าของแม่ชีอายุ 75 ปี พระอาจารย์เขาเล่าให้ฟังตอนที่มาเมี๊ยะมาบวชชี หลังจากแฟนสามีคนไทย และกลับมามะละแหม่ง มีลูกด้วย แต่ตายตอน 9 เดือน มะเมี๊ยะบ้านอยู่ไกล้ที่พักเจ้าชายศุเกษม ลูกเจ้าอุปราชเชียงใหม่สมัยนั้น ที่ถูกส่งมาเรียนมะละหม่งและพบรักมะเมี๊ยะ และพากลับเชียงใหม่ )




(ข้อความจากข้อเขียนของmr.hotsia ) 22 ตุลาคม 2556 mr.hotsia เดินทางสำรวจท่องเที่ยวมายังเมืองมะละแห่ง รัฐมอญ ประเทศพม่า จากวันที่ 21 ผมไปพบเจอพระเจดีย์ไจ๊ตะหลั่น สถาที่สัญญารักของมะเมี๊ยะ และเจ้าน้อยศุขเกษม (ดูข้อมูลเพิ่ม) และวันนี้ที่ผมนั่งเขียนผมอยู่มะละแหม่ง ผมไปสอบถามวัดที่คาดว่าจะมีแม่ชีมะเมี๊ยะอยู่ ใช้เวลาทั้งวันได้ข้อมูลดังนี้

ใน 50 ปีที่แล้ว วัดที่สามารถบวชชีได้มี 5 วัดคือ วัดตุ๊จะมารามะ วัดที่สองวัดเคมาติริ วัดที่สามวัดเคมารามะ วัดที่สี่วัดเมนบู วัดที่ห้าผมจำไม่ได้ ผมเริ่มแต่วัดที่หนึ่งที่อยู่ติดกับเจีดีย์ไจ๊ตะหลั่น แม่ชีแก่สุดอายุ 76 ปี บอกว่าไม่มีแม่ชีและไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ ท่านแนะนำให้ไปวัดที่สองและที่สามต่อไป ซึ่งไม่ห่างนัก

ในวัดทีสองวัดตุ๊จะมารามะ มีแม่ชีอายุ 70 เล่าให้ฟังว่า อาจารย์ของท่านเล่าท่านฟังอีกทีว่า สมัยนั้นมีสาวพม่าชือมะเมี๊ยะ มีแฟนคนไทย แล้วท้องมีลูกด้วยกัน จากนั้นแยกทางกลับมามะละแหม่ง แล้วมีลูกแต่ให้คนอื่นเลี้ยง ผ่านมา 9 เดือนลูกเสียชีวิต นางมะเมี๊ยะจึงมาบวชชีกับพระอาจารย์ และอยู่ที่นี่จนตายอายุราว 60 ปี

ผมถามต่อว่ามะเมี๊ยะทำอาชีพอะไร เขาบอกว่าอยู่กะพ่อแม่และมีคนไทย ที่มาอาศัยแถวนั้นมาชอบรักกันและอยู่ด้วยกัน เป็นผัวเมียกัน มีลูกในที่สุด ผมมีคลิปในการคุยกับแม่ชีทั้งสองวัดแบบครบถ้วน จะลงให้เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย ท้าก็จะายสุดแม่ชียังเอารูปมะเมี๊ยะมาให้ผมดู เป็นรูปถ่ายตอนมะเมี๊ยะอายุ 20 ปี มาถึงวันนี้ 2556 รูปนั้นก็ผ่านมา 91 ปี เท่ากับว่าหากมะเมี๊ยะยังมีชีวิตอายุเขาก็จะ 111 ปี ในปีนี้

ผมเขียนเรื่องนี้เป็นเพื่อเล่าเรื่องที่ผมไปเจอพบมาตอนไปเที่ยว และเล่าให้ฟังในนามนักเดินทางคนหนึ่ง ส่วนเรื่องประวัติมะเมี๊ยะที่เรารู้กันผมไม่ขอลบล้างหรืออย่างไรทั้งสิ้น ผมเป็นนักเดินทางที่มีอะไรที่พบเห็นก็เล่นสู่กันฟัง ท้ายสุดเมื่อเย็นนี้ ผมไปนั่งชมอาทิตย์ตกที่เจดีย์ไจ๊ตะหลั่น ผมหลับตาคิดว่าเกือบร้อยปีที่แล้วคงมีหนุ่มสาวมานั่งชมด้วยกัน และสาบานรักต่อกัน มองวิวแม่น้ำสาละวินที่ผ่านมะละแหม่งด้วยกัน mr.hotsia เที่ยวสะใจ 22 ตุลาคม 2556

วันที่ 25 ตุลาคม 2556 ผมกลับมามะละแหม่งอีกครั้ง จะพักสามคืนก่อนกลับไทยที่แม่สอด ผมทำรูปขายใหญ่และคุยกับแม่ชีเพิ่มเติ่มเรื่องมะเมี๊ยะ แม่ชีบอกว่า มะเมี๊ยะเป็นคนมีเงินไม่ยากจน มะเมี๊ยะรู้จักแฟนคนไทยได้มีไรกันฉันผัวเมีย ท้องได้สามเดือนก็ไปไทย และกลับมาคลอดที่มะละแหม่งครับ มะเมี๊ยะมีเพื่อนเป็นชีที่วัดนี้ มะเมี๊ยะตายก่อนเพื่อนแล้วเพื่อนก็เล่าเรื่องราวให้คนอื่นฟังอีกทีนึง

Writer :Mr.Chanok, Date : 28-05-2016 05:25:48


(พรเจดีย์ วัดไจ๊ตาหลั่น ที่สาวน้อยขายบุหรี่ในตลาดเมืองเช้ามะละแหม่ง กับชายสูงศักดิ์ผู้นั้นได้กล่าววาจาอธิฐาน)

มะเมียะ เรื่องราวความรักที่ต่างเชื้อชาติ ระหว่างเจ้าน้อยศุขเกษมและมะเมียะ อันกลายมาเป็นตำนานรักที่จบลงอย่างโศกสลด และได้รับการกล่าวขานมาถึงปัจจุบัน ถูกถ่ายทอดโดยเจ้าหญิงบัวชุม ณ เชียงใหม อดีตคู่หมั้นของเจ้าน้อยศุขเกษม แม้ว่ามะเมียะจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ล้านนาโดยตรง แต่สำหรับเจ้า น้อย ศุขเกษม ราชบุตรองค์ใหญ่ของเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่ พ ศ

Date : 28-05-2016 05:25:48


(ภายในพระอุโบสถวัดไจ๊ตาหลั่น ที่แม่ชีมะเมี๊ยะได้อุปสมบทและจำพรรษาอยู่จนสิ้นอายุขัย)

๒๔๕๒-๒๔๘๒ กับแม่เจ้าจามรีแล้ว มะเมียะเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของเจ้าน้อยฯ ก็ว่าได้ มะเมียะเป็นแม่ค้าสาวชาวพม่า หน้าตาพริ้มเพรา ได้พบกับเจ้าน้อยศุขเกษมครั้งแรก เมื่ออายุเพียง ๑๖ ปี ขณะนั้นมะเมียะเป็นเพียงแม่ค้าขายบุหรี่ซะเล็กอยู่ที่ตลาดใกล้บ้านในเมืองมะละแหม่ง มะเมียะหารายได้ด้วยความหวังเพื่อจะได้เงินมาจุนเจือครอบครัว ซึ่งอยู่ในฐานะปานกลาง วันหนึ่งเมื่อเจ้าน้อยศุขเกษมได้ออกเดินเที่ยวตามห้างร้านในตลาด จึงได้พบกับมะเมียะ ซึ่งเพิ่งกลับมาจากเมืองตองอู หลังจากไปอาศัยอยู่กับป้าของเธอเป็นเวลาหลายปี ทั้งคู่เกิดถูกใจในกันและกัน จึงได้คบหากันเรื่อยมา

หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองจึงใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา ด้วยความสนับสนุนของทางบ้านของมะเมียะ และในวันพระทั้งสอง จะพากันไปทำบุญตักบาตรและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุตามสถานที่ต่างๆ ในเมืองมะละแหม่งอยู่เสมอ วันหนึ่ง ณ ลานกว้างหน้าพระธาตุใจ้ตะหลั่น ทั้งสองได้กล่าวคำสาบานต่อกันว่าจะรักกันตลอดไป และจะไม่ทอดทิ้งกัน หากผู้ใดทรยศต่อความรักที่มีให้กัน ก็ขอให้ผู้นั้นอายุสั้น


จากนั้นไม่นานก็ถึงกำหนดการเดินทางกลับเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเจ้าน้อยฯ เพิ่งจะมีอายุครบ ๒๐ ปี จึงได้ตัดสินใจให้มะเมียะปลอมตัวเป็นชายติดตามขบวนเพื่อกลับไปยังเมืองเชียงใหม่ ในฐานะเพื่อนหนุ่มชาวพม่า โดยหารู้ไม่ว่าเจ้าพ่อและเจ้าแม่ของตนได้หมั้นหมายเจ้าหญิงบัวนวล ธิดาของเจ้า สุริยวงษ์ คำตัน สิโรรส ให้เป็นคู่หมั้นของเจ้าน้อยฯ เป็นการภายในตั้งแต่ปีที่เจ้าน้อยฯ เดินทางไปศึกษาเล่าเรียนในเมืองพม่า หลังจากที่ต้องแอบซ่อนมะเมียะไว้ในบ้านหลังเล็ก


ที่เจ้าพ่อและเจ้าแม่จัดเตรียมไว้ให้เป็นที่พักมาแล้วหลายวัน เจ้าน้อยศุขเกษมได้ใช้เวลาคิดใคร่ครวญและตัดสินใจเล่าความจริงให้ทั้งสองฟัง แม้ว่าจะไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ยออกมาในขณะนั้น แต่เจ้าน้อยฯ ก็พอจะทราบได้ว่าทั้งสองไม่ยอมรับมะเมียะเป็นศรีสะใภ้อย่างแน่นอนเนื่องจากปัญหาใหญ่ในขณะนั้น คือเจ้าน้อยเป็นผู้ที่ได้รับการคาดหวังว่าจะได้รับตำแหน่งเจ้าหลวงองค์ถัดไปจากเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ ซึ่งเป็นพระเจ้าลุง หากเจ้าน้อยฯ เลือกมะเมียะมาเป็นศรีภรรยา


ประชาชนย่อมต้องเกิดความอึดอัดใจในการยอมรับมะเมียะผู้เป็นหญิงต่างชาติมาดำรงฐานะศรีภรรยาของเจ้าเมืองอย่างแน่นอน ในสถานการณบ้านเมืองขณะนั้นน่าวิตกมาก เนื่องจากมหาอำนาจอังกฤษกำลังแผ่อิทธิพลไปทั่วดินแดนในคาบสมุทรเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มะเมียะซึ่งเป็นคนในบังคับของอังกฤษและกำลังอาศัยอยู่ในคุ้มของอุปราช ขณะนั้นเจ้าแก้วนวรัฐดำรงตำแหน่งอุปราชเมืองเชียงใหม่ อาจเป็นชนวนของปัญหาทางการเมืองที่ใหญ่โตได้ในภายหลัง ในที่สุดเจ้าพ่อและเจ้าแม่จึงเรียกตัวเจ้าน้อยฯไปพบ และยื่นคำขาดให้เจ้าน้อยส่งตัวมะเมียะกลับเมืองมะละแหม่ง เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง


ในยามเย็นวันนั้นเอง เจ้าน้อยได้เข้าพิธีเรียกขวัญและรดน้ำมนตที่เจ้าพ่อกับเจ้าแม่จัดขึ้น เพื่อขจัดสิ่งชั่วร้ายที่ท่านทั้งสองเชื่อว่ามะเมียะได้กระทำแก่เจ้าน้อยฯ อันเป็นเหตุให้เจ้าน้อยฯ หลงไหลในตัวนาง หลังจากพิธีรดน้ำมนต์ผ่านพ้นไป ช้างพาหนะและไพร่พลที่จะใช้ในการส่งตัวมะเมียะกลับเมืองมะละแหม่งก็ถูกจัดเตรียมทันทีตามคำสั่งของเจ้าแก้วนวรัฐ เมื่อเจ้าน้อยฯ กลับไปถึงที่พักในคืนนั้น มะเมียะได้รับการเกลี้ยกล่อมโดยหญิง-ชาย ชาวพม่าฝ่ายละคน ให้นางกลับไปรอเจ้าน้อยฯ ที่เมืองมะละแหม่ง มิฉะนั้นบ้านเมืองอาจเดือดร้อน นางได้เอ่ยขึ้นด้วยความเสียใจและยินยอมจากไปเพื่อมิให้ผู้ใดได้รับความเดือดร้อน


แม้ตัวนางจะจากไกล แต่ความรักอันมั่นคง ยังคงอยู่ดังคำสาบานที่เคยให้ไว้แก่กันและกัน ฝ่ายเจ้าน้อยฯ ยังคงยืนยันในความรักที่มีต่อมะเมียะ และขอให้นางกลับไปรอที่บ้านก่อน หากมีวาสนาจะกลับไปรับนางมาอยู่ด้วยกันที่เชียงใหม่ให้ได้ ในเช้าวันหนึ่งของเดือนเมษายน นับเป็นวันเดินทางกลับเมืองมะละ แหม่งของมะเมียะที่ดูเหมือนจะเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ณ ประตูหายยาที่เนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ใคร่เห็นโฉมหน้าของมะเมียะ ที่ลือกันว่างามนักงามหนา บรรยากาศเต็มไปด้วยความหดหู่และเศร้าหมอง เมื่อเจ้าน้อยฯ พูดภาษาพม่ากับมะเมียะได้เพียงไม่กี่คำ นางผู้มีใจรักมั่นได้ร่ำไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจ ในอ้อมแขนที่ยากจะแยกจากกันได้ เวลานั้นก็ล่วงเลยไปมากแล้ว เจ้าน้อยฯ ได้รับปากกับมะเมียะว่าตนจะยึดมั่น

Date : 28-05-2016 05:25:48


(ทัศนียภาพ ยามตะวันจะลับฟ้า ที่เมืองมะละแหม่ง ดินแดนแห่งอมตะรักที่กินใจใครหลายคน)


ในคำปฏิญาณที่ให้ไว้ต่อหน้าพระพุทธรูปวัดใจ้ตะหลั่นจนกว่าชีวิตจะหาไม่ หากท่านนอกใจมะเมียะโดยสมรสกับหญิงอื่น ขอให้ชีวิตของตนประสบแต่ความทุกข์ทรมานใจ แม้แต่อายุก็จะไม่ยืนยาว เจ้าน้อยฯ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าภายใน เดือนจะกลับไปหามะเมียะให้จงได้ นางจึงคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้า สยายผมออกเช็ดเท้าเจ้าน้อยฯ ด้วยความอาลัยหา ก่อนที่เธอจะขึ้นไปบนกูบช้าง เมื่อกลับไปถึงเมืองมะละแหม่งแล้ว มะเมียะได้มอบเงินทองจำนวนหนึ่งซึ่งเจ้าแก้วนวรัฐและเจ้าแม่จามรีมอบให้นางก่อนเดินทางกลับเป็นการปลอบขวัญแก่พ่อแม่และน้อง จากนั้นนางได้แต่เฝ้ารอคอยเจ้าน้อยฯ

จนครบกำหนด เดือนที่ท่านได้รับปากไว้ แต่นี่กระไรกลับไร้วี่แววใดๆ มะเมียะจึงตัดสินใจเข้าพึ่งใต้ร่มพุทธจักร ครองตนเป็นแม่ชีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่านางยังซื่อสัตย์ ต่อความรักที่มีต่อเจ้าน้อยศุขเกษม หลังจากที่มะเมียะทราบข่าวการเข้าพิธีมงคลสมรส ระหว่างร้อยตรีเจ้าอุตรการโกศล ยศของเจ้าน้อยฯ ในขณะนั้น กับเจ้าหญิงบัวนวล ณ เชียงใหม่ แม่ชีมะเมียะจึงเดินทางมายังเมืองเชียงใหม่และขอเข้าพบเจ้าน้อยฯ เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดีกับชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ องค์อดีตสวามีผู้เป็นที่รัก

ก่อนที่ตนจะตัดสินใจครองตนเป็นแม่ชีไปตลอดชีวิต แต่เจ้าน้อยศุขเกษมผู้ยึดสุราเป็นที่พึ่งดับความกลัดกลุ้มอันเกิดจากความรักอาลัยในตัวมะเมียะ ชีวิตที่ไม่เคยมีความสุขในชีวิตสมรส ท่านไม่สามารถหักห้ามความสงสารที่มีต่อมะเมียะได้ จึงไม่ยอมลงไปพบแม่ชีมะเมียะตามคำขอร้อง เพียงแต่มอบหมายให้เจ้าบุญสูง พี่เลี้ยงคนสนิท นำเงินจำนวน ๘๐บาท ไปมอบให้กับแม่ชีมะเมียะเพื่อใช้ในการทำบุญ

พร้อมกับมอบแหวนทับทิมประจำกายอีกวงหนึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าน้อยฯ ให้กับแม่ชีมะเมียะ

เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทำให้มะเมียะและเจ้าน้อยต่างสะเทือนใจเป็นที่สุด หลังจากเดินทางถึงเมืองมะละแหม่ง มะเมียะได้ครองชีวิตเป็นแม่ชีตามความตั้งใจ จนกระทั่งถึงแก่กรรมในปี พ ศ ๒๕๐๕ รวมอายุได้ ๗๕ ปี

Date : 28-05-2016 05:25:48


(ภาพหญิงสาวชาวพม่า ในปัจจุบัน)

Date : 28-05-2016 05:25:48



Counter :12717 [Start : 26/April/2007]