พระรอดน้ำต้น กรุมหาวัน
พระรอดน้ำต้น กรุมหาวัน

พระรอดน้ำต้น แตกกรุปี พ.ศ.2511 ระหว่างการขุดค้นหาพระรอดรุ่นเก่า จากการสัมภาษณ์ลุงถวิล วิลสา ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ขุดพบ พระรอดกรุน้ำต้น เล่าว่า นายปั๋น และนายมนต์ เป็นผู้ขุดได้ พระอยู่ในหม้อดินเผาลึกประมาณ 1 เมตร ใกล้ประตูหลังของวัดมหาวันจำนวนหลายร้อยองค์ นอกจากนี้ยังขุดพบบริเวณใกล้โรงครัว ภายหลังมีการซ่อมแซมอุโบสถ ก็ยังพบพระซุกไว้ในบริเวณอุโบสถอีกด้วย ลุงถวิลยังได้เช่าพระรอดน้ำต้นจากนายมนต์ หนานโผน และ เจ้าคุณญาณมงคล (เจ้าอาวาสวัดมหาวันในสมัยนั้น) องค์ละ 200-300 บาท ในขณะนั้นยังไม่มีใครทราบประวัติการสร้าง

มาถึงปี พ.ศ.2526 นิตยสารมหาโพธิ์ ฉบับที่ 31 วันที่ 15 มีนาคม 2526 ได้ลงตีพิมพ์ ประวัติการสร้างพระรอดกรุน้ำต้น เขียนโดย บังไพร มีการอ้างอิงถึง บุคคลในวงการพระเครื่องจังหวัดเชียงใหม่ ที่เชื่อถือได้ ถึง 3 คน ได้ร่วมเดินทางไปหาข้อมูลด้วยกันคือ พ่อเลี้ยงศรีวรรณ โปธา คุณเฮง นันทศราวัตร และลุงถวิล วิลสา ก็ขอเรียบเรียง มาลงอย่างย่อๆ จากการสอบถามอาจาร์ย์สันติ ตาบุรี อายุ 78 ปี (ปี พ.ศ.2526) ได้กรุณาเล่าให้ฟังว่าสมัยท่านเป็นสามเณรน้อย อายุประมาณ 12 ปี อยู่วัดจามเทวี นามว่า สามเณรอินแสง ตาบุรี ต่อมาปีเศษ ได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดมหาวัน เพื่อศึกษาต่อที่วัดพระธาตุหริภุญไชย (ประมาณปี พ.ศ.2462) มีการขุดหาพระรอด สมัยนั้นองค์ละประมาณ ห้าสิบสตางค์ ถึงสองบาทเป็นอย่างสูง และมักจะเลือกเอาเฉพาะองค์ที่สมบูรณ์ องค์ ที่หักชำรุดหรือบิ่นก็จะทิ้งไว้ตามโคนไม้ ในช่วงนี้สามเณรอินแสงได้ดำริอยู่ในใจว่าเห็นควรจะนำเศษพระรอดและพระเครื่องอื่นๆ ที่หักชำรุด นี้มากดพิมพ์ให้เป็นองค์พระที่สมบูรณ์

ใช้เวลาเก็บรวบรวมประมาณสองปี จนสามเณรอินแสง มีอายุ 16 ปี (ประมาณปี พ.ศ.2464) จึงได้ไปขอยืมแม่พิมพ์จากเพื่อนสามเณรมาเป็นพิมพ์ จากนั้นก็นำเศษพระรอด หักชำรุดที่รวบรวมไว้มาบดละเอียดและนำพระหักชำรุดพิมพ์อื่นๆ ที่ขุด พบ ในวัดมหาวันอีกเล็กน้อยผสมรวมไปด้วย อีกส่วนหนึ่งเป็นดินขอ (ดินเหนียว ที่นำมาเผาทำกระเบื้องมุงหลังคาสมัยก่อน) ซึ่งในระยะนี้เอง มีเพื่อนสามเณรบางองค์ก็ได้สร้างพระรอดกันบ้างแล้ว โดยใช้เนื้อพระเก่ามาบด และพิมพ์ออกมาแจกจ่าย เท่าที่จำได้ก็มี พระรอดครูบากองแก้ว รวมอยู่ด้วย เพราะระยะนั้นสามเณรอินแสงและครูบากองแก้วจำพรรษาอยู่วัดมหาวัน สมัยเป็นสามเณรด้วยกัน แต่ครูบากองแก้วมีวัยวุฒิมากกว่าสามเณรอินแสง ประมาณ 3-4 ปี หลังจากกดพิมพ์แล้ว จึงทำการเผาจนได้ที่ ด้วยการเผานี้เอง พระรอดกรุน้ำต้นจึงมีหลายสีเช่น พิกุล เขียว เหลือง ฯลฯ เป็นการสร้างเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จำนวนพระประมาณ สอง หรือสามคุน้ำ เมื่อเสร็จจากการเผาได้นำไปเข้าพิธีต่างๆอยู่หลายพิธี จากนั้นจึงได้แจกจ่ายไป เป็นจำนวนมากพอสมควร ที่เหลือเก็บไว้ในกุฏิ ภาย หลังได้รวบรวมจำนวนที่เหลือบรรจุลงในน้ำต้นขนาดกลาง และได้เก็บไว้ส่วน ตัวเล็กน้อยก่อนสึก จากสามเณรได้นำพระรอดที่บรรจุในน้ำต้น ขุดดินฝังไว้ในวัดมหาวัน พร้อมกับปลูกต้นลำใยไว้เหนือหลุมเพื่อเป็นเครื่องหมาย

พระรอดน้ำต้นมีพิมพ์เดียว มีทั้งพระลงกรุ และไม่ลงกรุ พระที่ลงกรุจะมีคราบรารักดำ ปกคลุมผิวพระ บางองค์มีคราบปูนขาวเกาะอยู่ตามซอกแขน พระที่ยังไม่ผ่านการใช้มา ผิวพระจะแห้งจัด ดูแล้วซึ้งตา ส่วนพระที่ไม่ลงกรุ ผิวพระจะสะอาดกว่า
พระรอดครูบากองแก้ว มีการบันทึกประวัติการสร้างจาก หนังสือปริอรรถาธิบายพระรอด ของตรียัมปวาย พิมพ์ พ.ศ.2502 �พระรอดกองแก้ว ในระยะเวลาใกล้กับการพบพระรอดอินทยงยศนั้น ภิกษุกองแก้ว ได้สร้างพระรอดรุ่นใหม่ขึ้นอีกรุ่นหนึ่ง เมื่อวันเสาร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม 2485 เรียกกันว่า พระรอดเสาร์ห้า หรือพระรอดกองแก้ว การผสมเนื้อพระใช้ดินหรดาล ซึ่งขุดได้หม้อหนึ่ง เมื่อคราวมีการขุดหาพระรอดที่บริเวณลานวัด มาเป็นเชื้อผสมด้วย กล่าวกันว่า เป็นดินพิเศษ ที่มีกลิ่นหอม พระรอดกองแก้วนี้ มีข้าราชการทหารและประชาชน มาเช่าบูชากันมาก

จากคำบอกเล่าของ อ.สันต์ ตาบุรี ก็พอจะสรุปได้ว่า ครูบากองแก้ว ได้เริ่มสร้างพระรอดตั้งแต่สมัยยังเป็นสามเณรกองแก้ว อายุประมาณ 19-20 ปี (ปี พ.ศ.2464) สมัยนั้นพระรอดรุ่นเก่าวัดมหาวันก็ยังไม่มีราคาค่างวดอะไรนัก การสร้างพระรอดของสามเณรกองแก้ว น่าจะมีเจตนาเพื่อบูรณะพระรอด และพระพิมพ์อื่นๆ ที่หักชำรุด เพื่อสืบทอดศาสนา มากกว่าที่จะตั้งใจปลอมแปลง พระรอดรุ่นเก่า หลังจากนั้นมาถึงปี พ.ศ.2485 ครูบากองแก้ว (ราชจินดา) รองเจ้าอาวาสวัดมหาวัน สมัย พระครูวินัยธร ญาณวิจารย์ เป็นเจ้าอาวาส ทางวัดมหาวันจึงได้จัดสร้างพระรอดขึ้นหนึ่งรุ่น จากบันทึกทั้งของตรียัมปวาย และ อ.สันต์ ตาบุรี อาจกล่าวได้ว่า พระรอดครูบา กองแก้ว มีการสร้างสองครั้ง ครั้งแรกสมัยเป็นสามเณร ประมาณ พ.ศ.2464 ครั้งที่สองสมัยเป็นรองเจ้าอาวาส

พระรอดน้ำต้นและพระรอดกองแก้ว เป็นพระร่วมสมัยรูปแบบการสร้าง เหมือนกัน เวลาสร้างไล่เรี่ยกัน มวลสารสุดยอด ส่วนผสมหลักคือ ชิ้นส่วนพระรอด พระสกุลลำพูน รุ่นเก่าที่ชำรุด ซึ่งมีคุณวิเศษ อยู่แล้ว ใช้แทนพระรอดรุ่นเก่าได้สบาย

Writer :Mr.Chanok, Date : 16-07-2017 03:20:09


สอบถาม นก โขทัย 0932780999

Date : 16-07-2017 03:20:09



Counter :13144 [Start : 26/April/2007]