พระร่วงหลังรางปืน พิมพ์ฐานเตี้ย
พระร่วงหลังรางปืน แตกกรุเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๓ จากบริเวณหน้าพระปรางค์องค์ใหญ่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (เชลียง) จ.สุโขทัย เชื่อว่าเมื่อขอมเรืองอำนาจได้เคยปกครองดินแดนแถบนี้ ซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรขอม และได้สร้างพระพิมพ์นี้ไว้ให้สืบทอดในดินแดนที่ครอบครองก็คือ "พระร่วง" พิมพ์นี้นั่นเอง

พระร่วงหลังรางปืน พุทธลักษณะเป็นพระยืนปางประทานอภัย (นักสะสมบางท่านมักจะเรียกเป็นปางประทานพร) ศิลปะเขมรยุคบายน อยู่ในลวดลายของกรอบซุ้ม ลักษณะของยอดซุ้มเป็นลายกนกแบบแบบซุ้มกระจังเรือนแก้ว ด้านหลังขององค์พระพิมพ์นี้มีลักษณะพิเศษ คือมีรางร่องกดลึกลงไป ทำให้ด้านหลังเป็นรางร่องยาวไปตามองค์พระ นักนิยมพระเครื่องในสมัยแรกที่พระแตกกรุออกมาใหม่ๆ จึงเรียกพระพิมพ์นี้ว่า พระร่วงหลังกาบหมาก ต่อมาได้มีผู้นำพระพิมพ์นี้ไปใช้ติดตัว ทำให้เกิดความแคล้วคลาดจากภยันตรายในเรื่องปืน มีประสบการณ์ ยิงไม่ออก ยิงไม่เข้า ยิงไม่ถูก ทำให้ผู้คนในสมัยต่อมาเรียกพระพิมพ์นี้ว่า พระร่วงหลังรางปืน

แต่ก็มีผู้สันทัดอีกกลุ่มหนึ่งในยุคคุณปู่ กล่าวว่า เพราะด้านหลังองค์พระที่เป็นร่องและมีลายแบบกาบหมากนั้น มีลักษณะคล้ายร่องปืนแก๊บ จึงเรียกกันว่า “หลังรางปืน”

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ รางร่อง ที่กดลึกลงไป จนทำให้ด้านหลังเกิดเป็น รางร่องยาว นั้น ในกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ นอกจากจะพบ พระร่วงหลังรางปืน พิมพ์ร่องลึก แล้วก็ยังพบ พระร่วงยืนพิมพ์หลังร่องตื้น อีกจำนวนหนึ่ง ด้านหน้าองค์พระเหมือนกันทุกประการ ส่วนด้านหลังจะตื้นกว่า และมีลายกาบหมากเช่นเดียวกัน เข้าใจว่าคงไม่ได้ตั้งใจทำเป็นแบบร่องตื้น สาเหตุเป็นเพราะเนื้อตะกั่วจะแข็งตัวก่อนในการเทพระ เลยเป็นสาเหตุให้มีร่องตื้น บางองค์จะสังเกตเห็นเป็นร่องบาง และตื้นมากๆ

ด้านหลังของ พระร่วงหลังรางปืน มักมีร่องรอยของการกดพิมพ์พระ ลักษณะกดด้วยไม้ เพื่อกดพิมพ์พระให้มีความคมชัด สวยงาม จึงมักมีรอยเส้นนูนคล้ายลายไม้เป็นทิวแถว บางเส้นยาว บางเส้นสั้น บางเส้นมีลักษณะคล้ายเสี้ยนที่เรียกกันว่า “ลายกาบหมาก” อีกทั้งยังมีร่องคล้ายรางปืนลึกลงไปเป็นทางยาวเกือบเท่าความยาวของด้านหลังองค์พระ

พระร่วงหลังรางปืน จัดอยู่ในชุดพระยอดขุนพล หนึ่งในห้าอันดับยอดเยี่ยมของพระประเภทเนื้อชิน ซึ่งหาได้ยากยิ่งในกระบวนพระชุดยอดขุนพลทั้งหมด สร้างด้วยวัสดุที่เป็นเนื้อตะกั่วส่วนใหญ่ เนื้อชินมีน้อยมาก และไม่ปรากฏว่ามี "เนื้อดิน" เลย

ถ้าเป็นพระกรุเก่าที่แท้จริงแล้ว วรรณะของสนิม ที่ฝังตัวติดอยู่ในเนื้อตะกั่วนั้น จะมีสีสันที่แตกต่างกัน มีทั้งสีแดงอ่อน สีแดงเข้ม แดงอมม่วง และสีแดงส้ม ขึ้นอยู่กับแร่โลหะต่างชนิดที่ผสม ผิวขององค์พระบางองค์แดงจัดจนออกสีลูกหว้าสดก็มี เนื่องจากพระในกรุมีอายุกาลเวลาผ่านมานานมาก เนื้อพระที่แท้จริงของตะกั่วได้เปลี่ยนสภาพปรากฏเป็นเนื้อตะกั่วผสมสนิมสีแดง ตั้งแต่ผิวชั้นบนสุด ฝังลึกถึงแกนกลางของเนื้อชั้นในสุด เรียกว่า ยิ่งลึกสนิมยิ่งแดงก็ว่าได้ มิใช่เป็นตะกั่วสีดำอมสีแดง เพียงแค่ผิวภายนอกเท่านั้น

ลักษณะพิเศษของ พระร่วงหลังรางปืน จะมีไขมากกว่าพระร่วงกรุอื่นๆ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ เส้นแตกใยแมงมุม แบบธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเองตามกาลเวลา จากสภาวะอากาศภายในกรุ ขณะที่พระยังฝังอยู่ในดิน นับเป็นเอกลักษณ์ของ พระร่วงหลังรางปืน "จักรพรรดิ" พระเนื้อชินแห่งกรุงสุโขทัย ที่หาชมพระแท้องค์จริงได้ยากยิ่ง

ขนาดองค์พระสูงประมาณ ๘.๐ ซม. กว้างประมาณ ๒.๕ ซม. มีทั้งหมด ๕ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ฐานสูง พิมพ์ใหญ่ฐานเตี้ย พิมพ์แก้มปะ พิมพ์หน้าหนุ่ม และพิมพ์เล็ก

พระร่วงหลังรางปืน เป็นพระเครื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นอกจากจะจัดให้เป็นจักรพรรดิแห่งพระเนื้อชินแล้ว ยังเป็นพระที่หายากยิ่ง เพราะฉะนั้น พระทำปลอม และพระเลียนแบบ จึงมีมากมาย

สำหรับสนนราคาเช่าหาอยู่ที่หลักล้านขึ้นไป หากท่านใดมีพระแท้อยู่ในมือก็ต้องหวงแหนให้มากที่สุด เพราะถือว่าท่านเป็นผู้โชคดีมีพระหนึ่งใน ๒๐๐องค์ ที่เป็นพระแท้องค์จริงอยู่ในครอบครอง

ด้านพุทธคุณ ถือว่าครบเครื่อง คือ อำนาจ แคล้วคลาด โภคทรัพย์ เมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี ถึงกับนักสะสมพระเครื่องต่างร่ำลือกันว่า องค์ “พระร่วงเจ้า” พิมพ์ยืนพิมพ์นี้ ท่านโรจน์ฤทธิ์พิชิตภัยได้ทุกทิศ จนมีคำกล่าวมานานแล้วว่า “ถ้าแขวนพระร่วงหลังรางปืน จะไม่มีการตายโหงอย่างเด็ดขาด”


ที่มาคมชัดลึก

Writer :Mr.Chanok, Date : 04-02-2018 11:33:33



Counter :13716 [Start : 26/April/2007]