บทความการจำแนกประเภทพระบูชาตามทรรศนของผม
ภาพพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัยศิลปะแบบช่างหลวง

บทความการจำแนกประเภทพระบูชาตามทรรศนของผม

" เมืองไต้ออกพ่อขุนนำถม เบื้องตะวันออกเถิง... เบื้องหัวนอนเถิงขุนลุนคา ขุนคา ขุนด่าน ...เบื้องในหรดีเถิงเวียงฉอกเวียงเหล็กเบื้องตะวันออกเถิงหละปูน .. เบื้องพายัพเถิงเชียงแสน พยาว ลาว"เป็นข้อความจากหลักศิลาจารึกที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 พบ ตอนที่ทรงผนวชและได้มาเดินธุดงค์ที่บริเวณเมืองเก่าศรีสัชนาลัย แสดงถึงเรื่องราวของพ่อขุนศรีนาวนัมถม ผู้ครองกรุงสุโขทัยมาก่อนสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 19 แสดงความมีอยู่และ นับพี่นับน้องกับราชอาณาจักรเชียงแสนได้เป็นอย่างดี ที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงนั้นเป็นถิ่นที่อยู่ของคนมานานก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 และเป็นบ้านเมืองที่ไม่อยู่โดดเดี่ยวหากมีการติดต่อทางวัฒนธรรมกับอาณาจักรไกล้เคียงและอาณาจักรภาคกลางทางลุ่มแม่น้ำปิงมาโดยตลอดศิลปของเชียงแสนนั้นยิ่งใหญ่ หลากหลาย และละเมียดละไมแสดงออกถึงความเป็นผู้มีทักษะและมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่สูงมาก การแบ่งแยกรูปแบบของศิลปที่แสดงออกถึงชนชั้นทางสังคมที่หลากหลายเช่นมหานครพึงมีพุทธศิลปของชาวเชียงแสนนั้นหากว่าพอจะจำแนกนั้นก็สามารถแบ่งได้แป็นสองกลุ่มใหญ่ๆดังนี้ครับ

1.ช่างหลวง

มักเป็นศิลปะที่สร้างขึ้นโดยช่างในราชสำนักเอง โดยอาจเป็นความต้องการของชนชั้นปกครอง ส่วนใหญ่มักสร้างขึ้นโดยใช้วัสดุสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปหรืองานทางพุทธศิลปที่สร้างมักมีการพัฒนาฝีมือและรูปแบบของพุทธลักษณะที่เป็นสากลหรือตามพุทธประวัติ ในการสร้างพระพุทธรูป เป็นการสร้างพระพุทธรูปเพื่อให้ผู้ศรัทธา ได้นำไปถวายวัด จุดประสงค์ในการสร้างส่วนใหญ่เพื่อการประกอบศาสนกิจ และแสดงอำนาจเป็นขวัญของประชาชนในยามทุกเข็ญข้าวยากหมากแพงหรือเกิดศึกสงคราม ศิลปะของพระพุทธรูปส่วนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นตามความนิยมในแต่ละยุคแต่ละสมัยที่เปลี่ยนไป มีระยะเวลาการพัฒนาที่ยาวนานหลายร้อยปี เน้นถึงรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ มากพอสมควร อาทิเช่น พระกรรณ(หู) เม็ดพระศก และเกตุเปลวเพลิง ที่อาจมีการสร้างอย่างวิจิตรพิศดาร และประดับด้วยแก้วหรือพลอยสีต่างๆตามความเชื่อถือศรัทธาและความอุดมสมบูรณ์ของยุคสมัย มีความปราณีต และใช้วัสดุราคาแพง



Writer :Mr.Chanok, Date : 19-02-2011 01:46:34


แบบที่ 2 ศิลปะแบบพื้นบ้าน หรือศิลปแบบชาวบ้าน

มีเจตนาในการสร้างแตกต่างไปจากแบบแรกอย่างมากมาย วิวัฒนาการในการสร้างพระพุทธรูปเป็นแบบสั้น ๆ ประมาณ 50 - 150 ปี สร้างขึ้นจากช่าง หรือชาวบ้านในแต่ละชุมชนเอง รูปแบบศิลปจะง่ายๆไมซับซ้อนและมักจะสร้างตามคติความเชื่อส่วนบุคคลโดยใช้ประโยชน์ เฉพาะทางเช่นพระแก้บน พระเกจิอาจารย์ เก่าๆสร้างไว้และต่อมาภายหลังได้ถูกลืม ส่วนใหญ่ใช้ไม้เป็นวัสดุ แต่ยังพอมีพบเห็นบ้างที่เป็นสัมฤทธิ์ตะกั่ว ดีบุกวัสดุอื่นๆ แต่มีฝีมือการหล่อแบบหยาบๆ การหล่ออาจออกมาไม่สมบูรณ์ และมักมีการเพิ่มเติมจุดที่ขาดหายในภายหลัง พระพุทธรูปที่สร้างอาจมีสัดส่วนที่ไม่สมดุลย์ เช่นอาจมีแขนที่ยาวผิดปกติ อาจมีพระเศียรเล็กกว่าปกติ หรือแม้แต่มีการออกกริยาท่าทางแตกต่างไปจากปางต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ศิลปะในแขนงนี้โดยส่วนตัวแล้ว ผมเองนั้นมีความชอบในศิลปะแบบ พื้นบ้านนี้ มากพอสมควรเนื่องจากมีความเป็นเอกลักษณ์ แสดงถึงเจตนาที่บริสุทธิ์ในความศรัทธาต่อศาสนา แม้ว่าการสร้างอาจแสดงถึงความแข็งกระด้าง แต่ลึกๆ แล้วบ่งบอกถึงความมีเอกลักษณ์จนอาจบอกได้ว่าเป็นความโดดเด่นของศิลปะแห่งยุคสมัยที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมของชุมชนโบราณอย่างแท้จริงครับ



Date : 19-02-2011 01:46:34



Counter :15116 [Start : 26/April/2007]