กฎแห่งป่า
เพียงชั่วแวบเดียวที่ได้เห็น ผมก็รู้ว่าดวงตาคู่นั้นรู้สึกเช่นใด เราเผชิญหน้ากันในระยะค่อนข้างใกล้ ระยะห่าง 10 เมตรสำหรับสัตว์ป่ากับมนุษย์นั้น “ใกล้” เสียจนอีกฝ่ายหวาดกลัวจนตื่นตระหนกผมนั่งอยู่บนห้างที่ทำขึ้นบนต้นไม้ กวางตัวผู้ตัวนั้นออกมาปรากฎตัวที่ริมโป่งตรงหน้า จะเป็นความอ่อนด้อยของผมหรือลมที่พัดเปลี่ยนทิศทางอยู่ตลอดเวลา เพียงมันก้มลงกินน้ำแร่ในแอ่งครั้งแรก กวางตัวนั้นก็รู้ว่ากำลังตกอยู่ในสายตาของคน
ก่อนจะรู้จัก “นั่งห้าง” เฝ้าดูสัตว์พรานลาวพวนแห่งหมู่บ้านชายป่าห้วยขาแข้งมักสอนผมว่า สัญชาตญาณสัตว์ป่าทุกชนิดนั้นดีเยี่ยม โดยเฉพาะเก้งและกวางป่า สัตว์ทั้งสองชนิดนี้มักจะเป็นผู้ “เปิดโป่ง” ลงมากินเกลือแร่ในโป่งเป็นพวกแรกๆ เสมอ ความที่เป็นสัตว์กินพืช แร่ธาตุในดินและน้ำในโป่งจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย ความที่ไม่มีเขี้ยวเล็บในการป้องกันตัวหรือต่อสู้ ธรรมชาติจึงมอบสายตาอันคม หูที่ได้ยินกว้างไกล และจมูกที่มีสัมผัสรับกลิ่นเป็นเยี่ยมให้สมดุลกับสัตว์ชนิดอื่น โดยเฉพาะสัตว์ผู้ล่ากวางป่านั้นเป็นสัตว์หากินกลางคืน อาหารของมันคือหญ้า ใบไม้หลากหลายชนิด รวมถึงผลไม้ที่ร่วงหล่นตามพื้นป่า พ่อเฒ่าลาวพวนเคยบอกกับผมว่า หลังจากหากินมาตลอดคืน ช่วงย่ำรุ่งมันจะแวะมาที่โป่งก่อนกลับเข้าไปหลบนอนในป่าทึบช่วงเวลานี้เอง ที่พรานป่าแต่ก่อนจะขึ้นมารอบห้างเพื่อดักยิงกวางพ่อเฒ่าลาวพวนเล่าว่า สมัยยังหนุ่ม แกเคยนั่งห้างในป่าห้วยขาแข้งแล้วเจอกวางป่าตัวใหญ่ขนาดม้า ส่วนสูงระดับหลังของมันสูงเท่าชายวัยฉกรรจ์เลยทีเดียว ตามบันทึกหลายเล่มในอดีตก็เคยกล่าวไว้ว่า กวางป่าตัวโตๆ นั้นมีส่วนสัดไล่เลี่ยกับม้าแข่ง กวางป่าที่อายุมากๆ จะมีขนคอยาวเป็นแผงคล้ายขนของคอของม้า นั่นคงทำให้ชาวบ้านตามชายดงมักเรียกกวางตัวโตๆ กันว่า “กวางม้า”แน่นอนว่าตามหมู่บ้านชายดงมักมีเรื่องเล่าหรือ “นิทานรอบกองไฟ” เกี่ยวกับกวางป่า พ่อเฒ่าลาวพวนเคยเล่าว่า เมื่อครั้งยังหนุ่ม หลังจากเกี่ยวข้าวในไร่ พวกผู้ชายในหมู่บ้านจะชวนกันเข้าป่า พวกที่มีฝีมือดีๆ ยิงปืนแม่น แกะรอยเก่ง จะเป็นกลุ่มเดินน้ำหน้ากลุ่มที่ตามหลังไปจะทำหน้าที่แบกเสบียงและจูงล่อสำหรับบรรทุกเนื้อที่ล่าได้กลับมา 50 ปีก่อนห้วยขาแข้งเป็นป่าลึก ชุกชุมด้วยสัตว์นานาสัตว์ที่ล่ากันได้มักจะเป็นกระทิงวัวแดง อย่างน้อยที่สุดจะเป็นเก้งหรือกวางป่า พ่อเฒ่าลาวพวนนั้นได้ชื่อว่ามีโชคในการล่ายิงปืนแม่น ชำนาญในการแกะรอยตีนสัตว์ ครั้งนั้นคณะของพ่อเฒ่าปักหลักอยู่ที่โป่งน้ำบนภูเขา คืนหนึ่งพ่อเฒ่าขึ้นนั่งห้างเฝ้ารอยิงสัตว์ ก่อนฟ้าสว่าง กวางป่าตัวผู้ตัวหนึ่ง เขาแตกเป็นกิ่งใหญ่ ตัวโตกว่ากวางตัวใดๆ ที่พ่อเฒ่าเคยเห็น เดินลงมากินน้ำในโป่ง พ่อเฒ่าเล็งอย่างประณีตแล้วยิงปืนแก๊ปที่ใส่ลูกปรายไว้ 1 นัด ทว่ากวางตัวนั้นยืนนิ่งเฉย มันยังก้มลงกินน้ำหลังจากพ่อเฒ่ายัดลูกโดดสำหรับสัตว์ใหญ่แล้วยิงลงไปอีก 1 นัด ทั้งที่จริงแล้วไม่ว่าสัตว์ชนิดใด เพียงถูกกระสุนลูกปราย หรือแม้ได้ยินเสียงปืน มันจะวิ่งเตลิดหนีไปไกลทันที
เหตุการณ์ครั้งนั้น กลายเป็นเรื่องเล่าข้างกองไฟในหมู่บ้านตลอดมา ทั้งพ่อเฒ่าและเพื่อนๆ ในหมู่บ้านเชื่อกันว่านั่นเป็นกวางของ “เจ้าป่าเจ้าเขา” สำหรับพ่อเฒ่าลาวพวนแล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในป่ามีเหตุผลเสมอ พ่อเฒ่าบอกว่าวันนั้นแกอาจกระทำบางอย่างที่เป็นการลบหลู่เจ้าป่าเจ้าเขาโดยไม่รู้ตัว อาจนั่งทับฟืน หรือเห็นกวางตัวเมียท้องแก่เป็นกวางตัวผู้เขางามในยามค่ำมืด




Writer :Mr.Chanok, Date : 22-02-2011 08:39:13


พ่อเฒ่าพึมพำเงียบๆ กับตัวเอง ผมเข้าใจว่าพรานแต่ก่อนนั้นเข้มงวดกับ “กฎ” ของป่ากันอย่างเคร่งครัด การนั่งทับฟืน ปลดทุกข์ไม่ถูกที่ถูกทาง ยิงกวางตัวเล็กๆ ที่ยังไม่โตเต็มที่หรือกวางท้องแก่ เหล่านั้นเป็นกฎข้อแรกๆ ที่พรานป่าทั้งหลายยึดถือเป็นสรณะ เป็นความเชื่อ เป็นโชคลางสำหรับพ่อเฒ่าและชาวบ้านตามหมู่บ้านชายดง ชีวิตที่ใกล้ชิดอยู่กับป่าทำให้ทุกคนมองป่าด้วยใจศรัทธาบริสุทธิ์ ป่านั้นให้ทุกอย่างแก่ชีวิต ให้เนื้อ ให้น้ำ ให้ผืนดินอุดมปลูกข้าว เจ้าป่าเจ้าเขาจึงเป็นเหมือนเทวาอารักษ์ผู้ชุบเลี้ยงพวกเขาการกระทำใดๆ ที่ไม่เป็นที่พึงใจของเจ้าป่าเจ้าเขาจึงเป็นข้อห้ามสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะคนที่ถูกเรียกว่า “พราน” ผู้ที่คนในหมู่บ้านให้ความเคารพนับถือกาลเวลาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเสมอ โลกเราเจริญขึ้นทุกวัน ถนนสายใหม่ๆ ที่ตัดขึ้นน้ำหลายสิ่งเข้ามาในหมู่บ้านชายดง ในยุคหนึ่งถนนดำนำพาคนกรุงเข้ามาในหมู่บ้าน ของใช้แปลกๆ ใหม่ๆ ปืนไรเฟิลชั้นดีซึ่งปืนแก๊บแบบกระทุ้งดินปืนไม่อาจเทียบได้เป้าหมายการล่าเปลี่ยนไป มันกลายเป็นเกม เป็นการค้าที่เงินซื้อทุกอย่างได้ เนื้อสัตว์ป่า เขา งา เงี้ยว หนังกลายเป็นสินค้า ความเชื่อศรัทธาของคนเริ่มเปลี่ยนแปลงนั่งอยู่บนห้างที่พ่อเฒ่าเคยสอนให้ เพียงแค่สบตา กวางป่าตัวนั้นก็ผละจากไปไกล นาทีนั้นผมไม่แปลกใจเลยว่า สำหรับกวางป่า มนุษย์เราคือสัตว์อันตรายเพียงชั่วแวบเดียว ผมก็รู้ว่าดวงตาคู่นั้นรู้สึกเช่นใด ระแวงภัย ไม่ไว้วางใจ สับสน หวาดกลัว....ตื่นตระหนก....


Date : 22-02-2011 08:39:13



Counter :15116 [Start : 26/April/2007]