ประวัติศาสตร์แผ่นดินไหวที่เชียงราย
(ภาพสตรีสูงศักดิ์ของเวียงเชียงรุ้งเก่าแก่ที่สุดเท่าที่จะหาได้)

แผ่นดินไหวที่เชียงราย ที่ผ่านมาถึง 6.8 ริกเตอร์ที่ผ่านมา ทำให้นักโบราณคดีชาวบ้านแบบผมกลับไปค้นคว้าประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงราย และก็ได้พบว่า ในแถบนี้สมัยโบราณกว่า 700 ปีมาแล้วก็ยังได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใญ่มาแล้วหลายครั้ง การบันทึกประวัติศาสตร์ในสมัยก่อน คุณพ่อผม อ.สนั่น หล้านามวงศ์ (ศิลปากร สนามจันทร์)ได้เคยบอกเล่าไว้ว่า การจะสืบค้นประวัติศาสตร์เก่าๆให้ตามดูตำนาน หรือเรื่องเล่า เพราะเป็นหนึ่งในการบันทึกประวัติศาตร์ในรูปแบบเรื่องเล่า เช่นประวัติเมืองเชียงแสน (ทิศเหนือของ อ.เมืองเชียงราย)

เวียงหนองหล่ม ตั้งอยู่ที่เขตติดต่อระหว่างตำบลโยนก อำเภอเชียงแสน กับตำบลจันจว้าอำเภอแม่จัน จากหลักฐานที่ได้จากการสำรวจ สันนิษฐานว่าอยู่ระหว่างยุคหินใหม่ ถึงไม่เกินพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ตำนานและพงศาวดารหลายเล่มกล่าวตรงกันว่า เจ้าชายสิงหนวัติ พาผู้คนมาหาที่ตั้งเมือง พอมาถึงแม่น้ำโขง ก็พบนาคจำแลงเป็นชายมาบอกสถานที่สร้างเมือง จึงตั้งเมืองโยนกนาคพันสิงหนวัติ โดยเอาชื่อองค์ผู้สร้างเมืองรวมกับชื่อนาค หรือโยนกนครหลวง
มีกษัตริย์ปกครองสืบจนถึงสมัยพระเจ้ามหาไชยชนะ ผู้คนจับปลาไหลเผือกได้ที่แม่น้ำกก จึงนำมาแบ่งกันกินทั่วเมือง เว้นแต่หญิงม่ายนางหนึ่งไม่มีลูกหลานไม่มีใครให้กิน ตกกลางคืนเกิดแผ่นดินไหว เมืองถล่มลงเหลือแต่บริเวณบ้านของหญิงม่ายจึงเรียกน้ำนั้นว่าเกาะแม่ม่าย และเรียกเมืองนั้นว่าเวียงหนองล่ม หรือเวียงหนอง จากโครงการอนุรักษ์เมืองโบราณและประวัติศาสตร์เชียงแสน มีการสำรวจพื้นที่ของเวียงหนองล่มหลายครั้ง
เกาะดอนแท่น หรือเกาะหลวง เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความคลุมเครือในเรื่องสถานที่ตั้ง แต่มีปรากฏในตำนานและพงศาวดารหลายเล่ม ต่างกล่าวตรงกันว่า เมื่อพระเจ้าแสนภูสร้างเมืองเชียงแสน ทรงประทับอยู่ในวังบนเกาะดอนแท่นที่บริเวณหน้าเมืองเชียงแสน จนสวรรคต และตั้งพระบรมศพบนเกาะดอนแท่นระยะหนึ่ง นอกจากนี้ เกาะดอนแท่นยังมีความสำคัญในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาด้วย กล่าวคือ สมัยพระเจ้ากือนาครองเมืองเชียงใหม่ ทรงนำพระสีหลปฏิมาทำพิธีอภิเษกพระบนเกาะดอนแท่น แล้วนำไปประดิษฐานไว้ ณ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงราย ราวพ . ศ . ๑๙๒๖ พระมหาเถรเจ้าศิริวังโนำเอาพระพุทธรูปสององค์ เรียกว่า พระแก้วและพระคำ มาสร้างเป็นวัดพระแก้ว และวัดพระคำบนเกาะดอนแท่น สมัยพระเจ้าอติโลกราช ทรงให้ร้อยขุนกับสิบอ้านนิมนต์พระพุทธรูปพระเจ้าทองทิพย์องค์หนึ่งจากจอมทอง เมืองเชียงใหม่ ที่เอามาจากเมืองลังกา มาประดิษฐานไว้ที่เกาะดอนแท่น พร้อมทั้งปลูกต้นโพธิ์ไว้ด้วยและเป็นที่เคารพสักการะของชาวเชียงแสนต่อมา เกาะดอนแท่นพังทลายลงในแม่น้ำโขงเมื่อใดไม่มีผู้ใดทราบ เนื่องจากเมืองเชียงแสนร้างไปตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ถึงรัชกาลที่ ๕ จึงฟื้นฟูขึ้นมาเป็นบ้านเมืองอีกครั้ง ส่วนพระแก้วพระคำนั้นมีผู้สันนิษฐานว่า พระแก้วนั้นอาจจะไปอยู่กับผู้อพยพชาวไทยยวนเมืองเชียงแสน ไปอยู่ที่เมืองลำปาง สำหรับพระคำไม่มีปรากฏว่าไปอยู่ที่ใด เคยมีการสำรวจหาที่ตั้งของเกาะดอนแท่นหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จเนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวกราก น้ำเย็นจัด ประกอบทัศนวิสัยใต้น้ำของแม่น้ำโขงเท่ากับศูนย์ ไม่สามารถมองเห็นใต้น้ำด้วยตาเปล่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการสำรวจหาที่ตั้งของเกาะดอนแท่นอย่างเป็นทางการ เนื่องจากแม่น้ำโขงเป็นเส้นทางแบ่งพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทย - ลาว เมื่อมิได้มีการขออนุญาตอย่างเป็นทางการ การสำรวจไม่สามารถกระทำได้ เพราะจะกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ



Writer :Mr.Chanok, Date : 26-03-2011 09:20:36


การเกิดแผ่นดินไหวที่เชียงรายนั้น น่าจะเกิดต่อเนื่องกันมานาน จากรายงานการสำรวจชั้นดินและหินของสำนักงานธรณีวิทยาที่ผ่านมาโดยโครงสร้างของพื้นที่ ซึ่งมีรอยพับย่นของแผ่นดินอยู่ทั่วไป ภาคเหนือจึงเป็นพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาเกือบทั้งภาค ภูเขาเหล่านี้มีแนวทอดยาวจากเหนือลงมาใต้ และมีบ้างเป็นบางแห่งที่เป็นแนว จากตะวันตกไปตะวันออก ทิวเขาดังกล่าวเหล่านี้พอจะแบ่งออกได้เป็น ๖ ทิวด้วยกัน คือ
ทิวเขาแดนลาว อยู่ตอนเหนือสุด จากชื่อของภูเขา สันนิษฐานว่า เดิมคงจะเป็นทิวเขาที่เป็นพรมแดนระหว่างละว้ากับไทย เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๑๔๐๐
ทิวเขาแดนลาว เป็นทิวเขาเหนือสุดของประเทศไทย เป็นทิวเขาใหญ่ มีทิศทางส่วนใหญ่ทอดตัวจากด้านทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่แผ่ไปทางเหนือในรัฐฉาน และทางใต้ในดินแดนไทย อาการแผ่ของทิวเขานี้มีลักษณะเป็นแนวแขนงหลายแนว มีทิศทางจากเหนือลงใต้ ทิวเขานี้ใช้แนวสันเขาเป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับรัฐฉานของพม่า เริ่มจาก ลำน้ำแม่สาย ในเขตจังหวัดเชียงราย เป็นทิวทอดตัวไปทางตะวันตก ตามเขตจังหวัดเชียงใหม่ แล้ววกลงทางใต้ ตามเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปสุดที่ ลำน้ำปาย ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตกับทิวเขาถนนธงชัย

ทิวเขานี้มีช่องเขาที่เคยใช้เป็น ทางเดินทัพในสมัยโบราณ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยยกทัพไปทำสงครามกับพม่า และไปสวรรคตที่เมืองห้างหลวงในรัฐเมืองพาน และในสงครามมหาเอเซียบูรพา กองพลที่ ๒ ก็ได้เดินทัพรุกออกไปทางช่องทางนี้
ทิวเขานี้ประกอบด้วยยอดเขาต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมากที่สำคัญพอประมวลได้ดังนี้
ดอยตุง สูง ๑๙๒๘ เมตร อยู่ในเขตอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
ดอยสามเส้า สูง ๑๖๗๓ เมตร อยู่ในเขตอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
ดอยช้าง สูง ๑๗๙๕ เมตร อยู่ในเขตอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ดอยผ้าห่มปก สูง ๒๒๙๗ เมตร อยู่ในเขาอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ดอยเชียงดาว สูง ๒๑๘๕ เมตร อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่


Date : 26-03-2011 09:20:36


ในพระราชพงศวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ มีการบันทึก เหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยครั้งโบราณไว้ดังนี้
ศักราช 887 ระกาศก (พ.ศ.2068) น้ำน้อย ข้าวเสียสิ้นทั้งปวง อนึ่งแผ่นดินไหวทุกเมือง แล้วเกิดอุบาทว์เป็นหลายประการ…….
ศักราช 908 มะเมียศก(พ.ศ.2089) .......จึงสมเด็จพระเจ้ายอดฟ้าพระราชกุมารท่านเสวยราชสมบัติพระนครศรีอยุธยา ในปีนั้นแผ่นดินไหว
ศักราช 946 วอกศก(พ.ศ.2127)........เสด็จออกตั้งทัพชัยตำตำบลวัดยม ท้ายเมืองกำแพงเพชร ในวันนั้นแผ่นดินไหว
ศักราช 950 ชวดศก(พ.ศ.2131) ณ วันจันทร์ แรม 8 ค่ำ เดือน 12 แผ่นดินไหว
ศักราช 951 ฉลูศก(พ.ศ.2132) ......ณ วันศุกร์ แรม 7 ค่ำ เดือน 2 แผ่นดินไหว


และโดยเหตุนี้กระมังครับที่กว่า 700 ปีมาแล้ว นักสร้างเมืองอย่าง พ่อขุนเม็งรายมหาราชจึงได้ทำการย้ายเมืองถึง 3 ครั้งกล่าวคือ เชียงราย เวียงกุมภกาม และ เชียงใหม่ในที่สุด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ชนก หล้านามวงศ์

อ้างอิง
1. เว็บไซด์ สนง ธรณีวิทยา
2. หนังสือประวัติ เมืองเชียงแสน
3. หนังสือ ประวัติเมืองเชียงราย พิมพ์ครั้งที่ 2 พศ 2525

Date : 26-03-2011 09:20:36


การเดินทางติดต่อสื่อสาร ของคนสมัยโบราณที่พอจะสัญนิฐานไว้ได้ดังนี้ครับ


ด้วยภาคเหนือมีอาณาเขตติดต่อกับ ต่างประเทศถึงสามด้าน คือด้านตะวันตก ด้านเหนือ และด้านตะวันออก คงติดต่อภายในประเทศเพียงด้านเดียวเท่านั้นคือด้านใต้ พรมแดนที่ติดต่อกับต่างประเทศมีสองลักษณะคือ เป็นเทือกเขา และลำน้ำ ทิวเขาที่ใช้เป็นพรมแดนได้แก่ ทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาแดนลาว (แดนเมือง) กันพม่าไว้ทางด้านตะวันตก และกับรัฐฉานไว้ทางด้านเหนือ ทิวเขาหลวงพระบาง ( แดนลาวหลวง) กันลาวไว้ทางด้านตะวันออก ส่วนที่ใช้ลำน้ำเป็นเส้นเขตแดนมีอยู่ไม่มากนัก ได้แก่ ลำน้ำเมย และลำน้ำสาละวิน กันเขตแดนไทยกับพม่า ลำน้ำโขงกันเขตแดนไทยกับลาว
ลักษณะของเส้นกั้นพรมแดนทั้งสองแบบดังกล่าว บังคับให้มีการคมนาคมติดต่อที่สะดวกเฉพาะตำบล ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นแคบๆ ซึ่งได้แก่ช่องทางหรือช่องเขา และตามท่าข้ามต่าง ๆ
ช่องทางออกไปรัฐฉานและรัฐกระเหรี่ยง อยู่ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ส่วนมากเป็นทางในช่องเขา หรือพื้นราบระหว่างภูเขามีช่องต่าง ๆ คือ


Date : 26-03-2011 09:20:36


ช่องทางห้วยลึก หรือฮ่องลึก อยู่ในเขตอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นทางบนพื้นราบ ช่องทางแม่น้ำกก อยู่ในเขตอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นช่องระหว่างดอยสามเส้ากับดอยผ้าห่มปก เป็นช่องออกไปยังเมืองสาดในรัฐฉาน ช่องกิ่วรุ่งดอยลาง ในช่องในทิวเขาแดนลาวทางตะวันออก ช่องแม่มิงกิง อยู่ที่เมืองแม่สาว เมืองแม่อาย ผ่านเข้าไปสู่เมืองยอนในรัฐฉาน ช่องดอยอุ่น อยู่ในเขตอำเภอฝาง เป็นช่องทางคนเดิน อยู่ทางด้านใต้ของดอยอุ่น เป็นช่องทางออกไปยังกิ่วผาวอก ไปสู่เมืองหาง ช่องพงป่าแขม อยู่ในเขตอำเภอฝาง ทางทิศใต้ของดอยอุ่น ใช้ประโยชน์ได้เช่นเดียวกับดอยอุ่น ช่องหนองหมู่ฮ่อ หรือกิ่วผาวอก อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว เป็นทางคนเดินตัวช่องอยู่ห่างเขตแดนเข้ามาประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ช่องเมืองแหง อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว อยู่ระหว่างดอยถ้วยกับดอยสามเวียง ลักษณะเป็นทางคนเดินค่อนข้างชัน เป็นช่องทางไปยังเมืองฝางได้
ช่องทางในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีอยู่เป็นจำนวนมากแห่งด้วยกันที่สำคัญได้แก่ ช่องดอยผาเวียง อยู่ในเขตอำเภอปาย เป็นช่องทางบนดอยผาเวียง เป็นช่องทางคนเดินจาก อำเภอปายไปปางมะผ้า และออกไปเมืองหางได้ ช่องบ้านนาป่าจาก อยู่ในเขตอำเภอเมือง ฯ เป็นช่องทางคนเดินมีลักษณะลาดชัน ช่องบ้านน้ำออกฮู เป็นทางคนเดินจากแม่ฮ่องสอน ผ่านบ้านแม่สวยไปยังบ้านผวัตกิต ริมน้ำสาละวิน ช่องทางลำน้ำปาย เป็นเส้นทางคนเดินเลียบลำน้ำปาย ช่องทางลำน้ำสะอิน เป็นเส้นทางคนเดิน อยู่ในเขตอำเภอขุนยวม ช่องขุนแม่เงา เป็นเส้นทางคนเดิน อยู่ในเขตอำเภอขุนยวม ผ่านบ้านแม่เงาเข้าสู่พม่า ช่องดอยเสาหิน อยู่ในเขตอำเภอแม่สะเรียง เป็นทางคนเดิน เป็นช่องทางตอนต้นลำน้ำแม่ตอบ (ไทย) กับลำน้ำแม่แส (พม่า) ช่องหมู อยู่ในเขตอำเภอแม่สะเรียง เป็นทางคนเดินไปยังบ้านวาสนา (ไทย) ซึ่งอยู่ต้นน้ำแม่ปา ( พม่า)
ช่องทางต่าง ๆ ดังกล่าวมานี้ ส่วนมากเป็นช่องทางข้ามทิวเขาแดนลาว และทิวเขาถนนธงชัย


Date : 26-03-2011 09:20:36


ช่องทางออกไปประเทศลาว เป็นช่องทางในเขตจังหวัดเชียงราย และจังหวัดน่านโดยทั่วไปมีลักษณะเป็นช่องเขา ซึ่งข้ามทิวเขาหลวงพระบาง ( ภูแดนลาวหลวง) ซึ่งมีลักษณะเป็นเขาสันป้าน มีช่องทางที่สำคัญคือ ช่องห้วยแถบ อยู่ในเขตตำบลนาไร่หลวง อำเภอทุ่งช้าง เป็นทางคนเดินค่อนข้างชันมีขนาดเล็ก ออกไปยังเมืองเชียงฮ่อน เชียงลม แขวงเมืองไชยะบุรี ช่องห้วยทรายแดง อยู่ในเขตตำบลงอบ เป็นเส้นทางคนเดิน จากตำบลแหลมงอบ - ลำน้ำน่าน - บ้านทรายแดง ออกไปเมืองเชียงฮ่อน (แขวงไชยะบุรี) ช่องกิ่วศาลา ( ช่องห้วยโกร๋น) อยู่ในเขตตำบลปอน อำเภอทุ่งช้าง เป็นทางคนเดิน จากลำน้ำน่านขึ้นเขาสูงไปยังช่องกิ่วศาลา ออกไปเมืองเงิน เมืองหงสาในประเทศลาว ช่องภูดาว อยู่ในเขตตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอปัว ในระหว่างภูสามเส้า กับภูหลวงพระบาง เป็นช่องทางคนเดิน จากอำเภอปัว ตำบลบ่อเกลือเหนือผ่านช่องภูดาวไปยังตำบลเปียง แขวงไชยะบุรีของลาว ช่องเขาหินกอง อยู่ในเขตตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอปัว อยู่ระหว่างภูหลวงพระบางกับภูลอ เป็นทางคนเดิน จากอำเภอปัวขึ้นเขาไปบ้านบ่อเกลือใต้ บ้านคอกวัว บ้านบ่อหลวง ปากช่องเขาหินกอง ไปสู่อำเภอสมาบุรี (เดิม) ในแขวงไชยบุรีของลาว ช่องยอดห้วยตอง ( ช่องโป่งอุ่น) อยู่ในเขตตำบลหมอเมือง อำเภอเมืองน่าน อยู่ระหว่างภูปุยกับภูยี่ เป็นทางคนเดิน คอนข้างชัน จากอำเภอเมืองน่าน บ้านฝายแก้ว บ้านม่องติ๊ด บ้านน้ำแก่น ห้วยน้ำเตี๊ยม เลาะไปตามลำห้วย ๗ กิโลเมตร แล้วเป็นทางบนเขา ๑๐ กิโลเมตร แล้วแยกไปตำบลหนองแดง ทางหนึ่งไปบ้านน้ำปาย ถึงบ้านโป่งอุ่นอีกทางหนึ่ง แล้วออกไปเมืองเปียง อำเภอสมาบุรี แขวงไชยบุรี ประเทศลาว ช่องศาลาตีนตก อยู่ในเขตตำบลมาน อำเภอเวียงสา อยู่ระหว่างภูยีกับภูหลักหมื่น เป็นทางคนเดิน จากอำเภอเวียงสา ถึงปากช่องทางระยะ ๔๐ กิโลเมตร ออกไปยังบ้านทุ่ง แขวงปากลายของลาว ช่องกิ่วนกแมว อยู่ในเขตตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย อยู่ระหว่างภูหลักกับภูรัง เป็นเส้นทางจากอำเภอนาน้อย ไปลำน้ำน่าน ระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร แล้วขึ้นเขาไปยังปากช่อง ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร แล้วออกไปเมืองทุ่ง แขวงปากลายของลาว

Date : 26-03-2011 09:20:36



Counter :15116 [Start : 26/April/2007]