วิถีพงไพร ตอนข้อห้ามของพราน
พักนี้ไม่ค่อยได้เข้าป่านอนดินเท่าใหร่นัก ห่างจากกลิ่นควันไฟเสียงระงมป่ามาพักละ วันนี้จะมาเล่าเรื่องของข้อห้ามในป่ากันครับ


กฎข้อห้ามของพรานล่าสัตว์ คนเดินป่าที่มีวิถีอยู่กับป่า...ที่ยึดถือ มาแต่โบราณ...เรื่องพวกนี่ควรจะเชื่อและไม่ลบหลู่ครับ...เช่นไม่ยิงสัตว์ที่ ท้องหรือมีลูกอ่อนๆ จะรู้ได้ไงว่าสัตว์นั้นมีลูกหรือกำลังท้อง ต้องหัดสังเกตเองครับ เช่นซูมกล้องส่องนกอยู่ แต่ที่ปากนกคาบแมลงหรือใส้เดือนไว้ตลอด เดาได้เลยครับว่ามันหาอาหารเอาไปป้อนลูกอ่อนของมัน - ยิงสัตว์ต้องยิงให้ตายอย่าปล่อยไปขณะที่สัตว์บาดเจ็บอยู่(เพราะเป็นอันตราย กับพรานอื่น)


...ไม่พูดจาหยาบคายขณะออกล่า ...มีคนมาเรียกหรือตามให้กลับบ้านก็ห้ามลง ต้องรอจนรุ่งเช้า(บ้างก็กลัวเป็นเสือสมิง-ผีป่า ผีโป่ง ต้องโยนไฟให้คนที่มาเรียกจุดให้ดูก่อน ถ้าจุดไฟได้ก็ลงจากห้างได้..)....ไม่ยิงสัตว์ มั่ว ประเภทคะนองปืน เจอตัวอะไรก็ยิงไปหมด...ห้ามเผาป่าเพื่อให้หญ้าอ่อนระบัดขึ้นใหม่ และมาแอบซุ่มยิงเก้งกวาง-กระต่าย...ห้ามทำปืนผูก(เพราะเป็นอันตรายกับพราน อื่นๆ พรานเก่าๆตายกันมากเพราะโดนปืนประเภทนี้จากพรานรุ่นใหม่ๆที่นำปืนไปผูกไว้ ตามด่านสัตว์เดิน โดยฝืนกฎของพรานเก่าๆ พรานเก่าแทบสูญพันธุ์ ตายแล้วแถมถูกประณามจากชาวบ้านอีก)....ไม่มั่นใจในเป้าอย่ายิง(อาจจะเป็นพวกพรานด้วยกัน นั่งขี้หัวผลุ่บๆโผล่ ๆในดงหญ้าคาหรือที่รกทึบ เพื่อความเป็นส่วนตัว พวกนิยมส่องสัตว์กลางคืน)....ไม่ทิ้งขยะหรือของเหลือใช้ ที่ไม่ใช่ของป่าไว้ในป่า หากจำเป็นจริงต้องกลบฝัง (จะเห็นว่ามีมาแต่โบราณเลย อาจจะเป็นเรื่องกลิ่น ที่สัตว์จะกระสากลิ่นคนเราจากสิ่งของเร็วมาก ทำให้เตลิดหากินในป่าที่ลึกเข้าไปอีก)...ห้ามถ่มน้ำลายในป่า...ต้องทำการข่ม ป่าด้วยการไหว้เจ้าที่ เจ้าป่า เจ้าเขาทุกครั้ง เมื่อออกล่าสัตว์ในพื้นที่นั้นๆ เซ่นไหว้ด้วยข้าว ยาเส้น- หมากพลู ที่เตรียมไป...อยากยิงอยากได้อะไรก็ขอท่านไป....(เมื่อเอ่ยขอแล้ว ห้ามยิงสัตว์ที่ไม่ได้ขอเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะเกิดเภทภัย เช่นขอเก้งกวาง แต่ไปยิงกระทิง จะเกิดฝนถึงพายุใหญ่ จนพรานอยู่ไม่ได้ หรือติดตามกระทิงที่ยิงไม่ได้ เผลอๆถูกฟ้าผ่าตายอีก เพราะไปทำผิดกฎที่ขอไว้)..


..ห้ามทำห้างบนต้นไทร...ห้ามนั่งห้างบนต้นไม้ที่ มีรากโผล่ขึ้นมาบนผิวดินเด็ดขาด(เพราะต้นไม้พวกนี้มีผีหรือเจ้าที่ สิงอยู่)....ห้ามทำลูกห้างเกินจำนวน(ผมจำไม่ได้ว่าต้องใช้ไม้กี่ท่อนที่มาทำ ลูกห้าง แต่ห้ามถึงสิบท่อนแน่ การนั่งห้างถึงได้ลำบากมากเพราะมีกฎนี้อยู่ จะหาไม้มาทำแยะๆจะได้นั่ง-นอนแบบรอสบายๆอุราไม่ได้เลย)...ห้ามหลับบนห้าง เด็ดขาด...พรานบางคนนั่งหลับ แล้วโดนงูเหลือม-หลามเลื้อยขึ้นไปรัด ก็มีแยะเป็นตำนานเลยเรื่องพวก นี้...ห้ามนั่งห้างที่มียอดไม้ติดชิดๆกันหรือกิ่งก้านใกล้ๆกัน เพราะงูเหลือม-หลามมันจะเข้ามาทางหัวพรานเลยโดยการทิ้งตัวลงมารัดและเขมือบ แบบตื่นๆเนี่ยแหละ เพื่อนพรานมาวู้เรียกตอนเช้า ก็ไม่เห็นแล้วงูเอาไปย่อยแล้ว(มีพรานหลายคนที่หายตัวสาบศูนย์ไปเลยจากบน ห้าง...การนั่งห้าง งูเหลือม-หลามคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพรานที่ชอบเข้าป่าลึกๆ)..... พรานเก่าแก่ชาวกระเหรี่ยงบางคนจะใช้เชือกกล้วยมาทำเป็นเข็มขัด และสร้อยคอ เวลาขึ้นนั่งห้าง (งูเหลือม-หลามจะแพ้ตบะกลิ่นยางจากเปลือกของต้นกล้วยยิ่งแห้งยิ่งดี เคยอ่านเจองูเหลือมเขมือบกินพรานคาไว้ครึ่งตัว เพราะไปติดตรงเอวที่มีเชือกกล้วยผูกไว้ จะกลืนก็ไม่ได้จะคายก็ไม่ออก เพราะถ้าสัมผัสกับเชือกแล้วงูหลาม-เหลือมมันจะนิ่งเลยไม่ค่อยขยับตัว ตัวที่กินพรานเลยขยอกน้ำย่อยจากท้องให้ย้อนขึ้นมาที่ปาก เพื่อจะพยายามย่อยพราน และมีกลิ่นคาวเหม็นคลุ้งไปหมด)....


.ห้ามนั่งบังไพรตามโป่งดิน บริเวณที่มีดินโป่งต้องหาต้นไม้ทำห้างอย่างเดียว (พรานโบราณเชื่อเรื่องผีโป่งมาก...ผีโป่งมีลักษณะเป็นลูกไฟกลมๆลอยไปลอยมามี เสียงร้องกรีดแหลมเหมือนเสียงผู้หญิงหรือเด็กเล็ก)....ห้ามตั้งแคมป์ใน บริเวณที่ใกล้แหล่งน้ำ(เพราะช้างป่าจะมาเหยียบเอาได้)...กินน้ำจากป่าต้องนำ มาต้มก่อนทุกครั้ง(มีเชื้อมาลาเลีย) วันพระห้ามออกล่าเด็ดขาด...ไม่ตีงูจงอาง...(เพราะกลัวคู่ของมัน)...ไม่นำลูก ของสัตว์ป่ามาขาย-ไม่ทำลายสัตว์ที่กำลังเป็นแม่....ห้ามมีเพศสำพันธ์กันใน ป่าเป็นต้น

ข้อห้ามในป่ายังมีอีกเยอะโดยมากมักจะเพื่อความปลอดภัยของนักเดินป่านั่นเองครับ

Writer :Mr.Chanok, Date : 24-01-2019 08:45:55



Counter :15116 [Start : 26/April/2007]