การอนุรักษ์เครื่องปั้นทหารสมัยจิ๋นซี
ภาพ: รูปปั้นดินเผาพลธนู อายุราว 2,200 ปี

สถานที่: สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ เมืองซีอาน ประเทศจีน

ข่าวการค้นพบทางโบราณคดีครั้งใหญ่มักทำให้ความเข้าใจในอดีต ?และบ่อยครั้งก็ปัจจุบัน เพราะนั่นคือรอยต่อของอดีต? ของเราก้าวหน้าไปอีกขั้น

ในความเป็นจริง การค้นพบมักจะมิได้สิ้นสุดลงตรงวันนั้นวันเดียว หากเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของระลอกการค้นพบ ซึ่งจะช้าหรือว่าจะเร็ว บ่อยครั้งก็ขึ้นอยู่กับว่าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนั้นพัฒนาไปได้ช้าหรือเร็วเพียงใด

ยากที่จะหาภาพสะท้อนเรื่องนี้ในโลกจริงได้ดีเท่ากับสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ สิ่งมหัศจรรย์ที่แปดแห่งโลกโบราณ

เนิ่นนานหลายทศวรรษแล้วนับจากปี ค.ศ. 1974 ที่ชาวบ้านขุดบ่อน้ำแล้วบังเอิญเจอกองทัพทหารดินเผาของจอมจักรพรรดิผู้กรีฑาทัพรวมรวบจีนเป็นอาณาจักรหนึ่งเดียวเป็นครั้งแรก ในปี 221 ก่อนคริสตศักราช หรือกว่า 2,200 ปีที่แล้ว

จวบจนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ชัดว่า เมืองหลังความตายของจิ๋นซีฮ่องเต้แห่งนี้กินอาณาเขตเท่าไรแน่ รู้แต่เพียงว่าจิ๋นซีฮ่องเต้ทรงริเริ่มโครงการอภิมหาเมกะโปรเจกต์นี้ตั้งแต่ยังทรงเป็นเจ้าชายแคว้นฉิน ก่อนที่จะนำทัพฉินอันเกรียงไกรบุกทะลวงตีแคว้นที่เหลือหกแคว้นจนแตกพ่าย ยอมคุกเข่าสวามิภักดิ์

กองทัพอันเกรียงไกรของพระองค์ถูกจารึกเป็นอมตะ ผ่านการบรรจงปั้นดินเผาและฝังเหล่าพลธนู พลม้า พลทหาร นายพล (พุงพลุ้ยกว่าพลทหาร-สมจริงอย่างยิ่ง) และพลขับรถม้าที่ประทับ รวมกันกว่า 7,300 นาย จัดทัพเรียงรายหน้ากระดานตามขนบการทำศึกของจิ๋นซีฮ่องเต้ พร้อมป้องกันข้าศึกและประกาศศักดาของพระองค์ในโลกหลังความตาย ทั้งหมดนี้จัดวางอย่างเป็นระบบในเมืองใต้ดินอันไพศาล กินเนื้อที่อย่างน้อย 98 ตารางกิโลเมตร

ส่วนที่นักโบราณคดีขุดขึ้นมาแล้วคิดเป็นเนื้อที่ไม่ถึงร้อยละ 1 ของเมืองใต้ดินทั้งหมด

เมืองใต้ดินแห่งนี้เลียนแบบผังเมืองสมัยที่พระองค์ยังทรงมีชีวิต มีแม้แต่ร้านขายอาวุธ ทีมนักกายกรรมประจำท้องพระโรง ห้องบัญชาการของเหล่าแม่ทัพ และแน่นอน รวมถึงวังใต้ดินของฮ่องเต้ ?ฮวงซุ้ย? ที่พระองค์นิทราชั่วนิรันดร์ ล้อมรอบด้วย ?คูน้ำ? ทำจากสารปรอท แร่ที่ชาวจีนโบราณเชื่อว่ามีฤทธิ์ทำให้คนเป็นอมตะ และว่ากันว่าจิ๋นซีฮ่องเต้เองก็เคยบริโภคแร่ของปรอทหรือซินนาบาร์ (cinnabar) ในความพยายามที่จะยืดอายุขัยของพระองค์ออกไป

ทหารดินเผาแต่ละนายมีหน้าตาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รายละเอียดบ่งบอกได้ถึงอายุว่าแก่ชราหรืออ่อนวัย เป็นปริศนามาช้านานว่าช่างปั้นโบราณปั้นโดยใช้คนหลายพันคนเป็นแบบ หรือว่าปั้นตามจินตนาการ (หรืออย่างน้อยก็ปรับเปลี่ยนทีละน้อยจากนายแบบคนจริงไม่กี่คน)

เพิ่งมาได้ข้อสรุปในปี 2014 นี้เอง ในโครงการวิจัยที่ทีมนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ร่วมกับทีมนักโบราณคดีจากพิพิธภัณฑ์สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างแบบจำลองสามมิติของใบหูซ้ายของทหารดินเผา 30 นาย อย่างละเอียด

พบว่าไม่มีทหารคนไหนมีใบหูซ้ายซ้ำกันเลย แปลว่าช่างปั้นน่าจะบรรจงปั้นขึ้นมาจากคนจริงๆ

เรื่อง ?สี? ที่ใช้ทาทหารดินเผาก็เป็นปริศนาทางโบราณคดีที่ต้องรอเทคโนโลยีมาคลี่คลายเช่นกัน

หลายคนอาจไม่รู้ว่า ทหารดินเผาเหล่านี้มิได้เป็นดินเผาสีเทาตุ่นๆ ตามสีดั้งเดิมของดิน หากแต่ทุกนายได้มีการบรรจงทาสีอย่างแจ่มชัดและสมจริง ตั้งแต่สีเนื้ออมชมพูของผิวพรรณ สีน้ำเงินแซมแดงของเสื้อเกราะ จนถึงสีเขียวและม่วงของเครื่องประดับ โดยรวมใช้สีทั้งหมดราวสิบสี

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคนิคมิวนิค เยอรมนี (Technische Universit?t M?nchen: TUM) อยู่ระหว่างการทำโครงการวิจัยยาว 25 ปี ร่วมกับรัฐบาลแคว้นส่านซี เจ้าบ้านของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ศึกษาเรื่องสีของกองทัพทหารดินเผาและหาทางอนุรักษ์

ทหารดินเผาทุกนายเมื่อเร้นกายอยู่ใต้ดิน ความชื้นก็ช่วยรักษาสีสันดั้งเดิมเอาไว้ แต่ครั้นถูกขุดขึ้นมา เผชิญหน้ากับอากาศ สีก็กะเทาะหลุดเป็นแผ่นๆ จนหายหมดภายในเวลาไม่กี่วัน

เพียงเมื่อไม่กี่ปีมานี้เท่านั้นเองที่นักวิจัยค้นพบว่าช่างปั้นเมื่อสองพันปีก่อนลงสีด้วยวิธีใด ค้นพบว่าช่างปั้นเคลือบดินเผาด้วยน้ำมันเคลือบเงาชื่อ ?ฉี? ก่อนที่จะลงสีทับ น้ำมันนี้มีไข่แดงเป็นส่วนประกอบสำคัญ เมื่อทหารดินเผาถูกนำออกมาจากดินชื้น ความชื้นในน้ำมันเคลือบตัวนี้ก็ระเหยไป ส่งผลให้มันหดตัว และสีจึงหลุดออกมา วันนี้การป้องกันสีหลุดทำได้ด้วยการฉีดสารเคมีสังเคราะห์ชื่อ โพลีเอทิลีนไกลคอล (polyethylene glycol: PEG) ลงบนทหารดินเผาทันทีที่ขุดพบ เพื่อเข้าไปทดแทนความชื้นในชั้นน้ำมันเคลือบ นักวิจัยประเมินว่าวิธีนี้จะช่วยอนุรักษ์สีดั้งเดิมได้ราวสิบปี

อย่างไรก็ดี การฉีด PEG ใช่ว่าจะได้ผลดีร้อยเปอร์เซ็นต์ ผลข้างเคียงคือมันเปลี่ยนสีสันของทหารดินเผาให้ดู ?มืด? กว่าเดิม และอาจทำให้เกิดรอยร้าวได้ถ้าหากความชื้นในน้ำมันเคลือบระเหยไปแล้ว ก่อนหน้าที่ทหารจะโดนพ่น

การค้นหาวิธีอนุรักษ์สีสันของทหารดินเผาที่ดีกว่านี้ยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับการย่างก้าวของเทคโนโลยี และวันนี้ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่นักโบราณคดียังไม่รู้ เช่น ชาวจีนโบราณผลิตสีม่วงที่พบในทหารดินเผา (เรียกว่า ?ม่วงฮั่น? หรือ Han purple) นั้นด้วยกระบวนการอะไรกันแน่ เพราะสีนี้ไม่มีอยู่ในธรรมชาติ

บันทึกประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่งชี้ว่า เมืองใต้ดินของจักรพรรดิจีนองค์แรกเกณฑ์นักโทษและแรงงานคนถึง 700,000 คนมาก่อสร้าง และใช้เวลาก่อสร้างกว่า 38 ปี เมื่อไม่นานมานี้นักโบราณคดีพบหลุมศพนับร้อยหลุมในหมู่บ้านเล็กๆ ไม่ไกลจากสุสาน บ่งชี้ทั้งร่องรอยของครอบครัวไพร่ และการแย่งชิงบัลลังก์อย่างเหี้ยมโหดระหว่างโอรส ทันทีที่จิ๋นซีฮ่องเต้ล่วงลับ

ระลอกการค้นพบในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ซึ่งจะดำเนินสืบไปอีกนาน จึงเป็นทั้งหมุดหมายแห่งประวัติศาสตร์ และหมุดหมายแห่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีไปพร้อมกัน.

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://news.nationalgeographic.com/2016/10/china-first-emperor-terra-cotta-warriors-tomb/

Writer :Mr.Chanok, Date : 17-04-2020 10:45:19



Counter :15116 [Start : 26/April/2007]