เครื่องถ้วยเบญจรงค์ จุฬาลงกรณ์
เครื่องถ้วยเบญจรงค์ จุฬาลงกรณ์ สมัยรัชกาลที่ 5

ประเทศไทยเริ่มมีการสั่งผลิตเครื่องถ้วยเบญจรงค์จากประเทศจีนในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นการเขียนลวดลายด้วยวิธีลงยาบนเคลือบด้วยสีต่างๆ ตั้งแต่สามสีขึ้นไป จนถึงห้าสี ซึ่งมีแหล่งผลิตอยู่ที่เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น มณฑลจียงซี ต่อมาเมื่อได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีการผลิตที่เตาในมณฑลฝูเจี้ยนและมณฑลกว่างตงด้วย แต่รูปแบบของเครื่องถ้วยเบญจรงค์ในสมัยอยุธยานั้นจะไม่มีความหลากหลายเช่นในสมัยรัตนโกสินทร์ มีเพียงลวดลายเทพพนมกับครุฑ หรือเทพพนมนรสิงห์ ซึ่งล้อมรอบด้วยดอกไม้ก้านขดหรือลายเปลวกนก เชื่อกันว่า ชามเบญจรงค์สมัยอยุธยานั้นมักมีสีเขียวเคลือบด้านใน




Writer :Mr.Chanok, Date : 18-02-2010 09:30:26

เบญจรงค์ เป็นชื่อเรียกเครื่องถ้วยชามชนิดหนึ่งที่มีใช้ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ประมาณรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว "เบญจรงค์" แปลว่า ห้าสี ชามเบญจรงค์ จึงหมายถึง ชามที่เขียนสีห้าสี แต่ที่ปรากฎใช้สอย มีสีตั้งแต่ 3 สี ขึ้นไปจนถึง 8 สี สีหลักได้แก่ แดง เหลือง ขาว ดำ เขียว หรือน้ำเงิน และสีอื่นๆ ได้แก่ ม่วง แสด น้ำตาล ฯลฯ มีลวดลายต่างๆ เช่น ลายดอกพุดตาน ลายดอกเบญจมาศ ลายเทพนรสิงห์

ในอดีต เบญจรงค์เป็นเครื่องถ้วยที่สั่งทำเป็นพิเศษจาก ประเทศจีน เป็นเครื่องถ้วยที่เขียนด้วยวิธีลงยาสี (enamel) อันเป็นวิธีอย่างฝรั่ง ซึ่งแพร่หลายเข้าไปในจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงตอนปลายและในสมัยราชวงศ์ชิง พุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๔ เป็นการเขียนสีตั้งแต่ห้าถึงแปดสีลงไปเป็นลวดลายในพื้นผิวภาชนะเดียวกัน จีนเรียกว่า อู่ไฉ่ โต้วไฉ่ เฝินไฉ่ และฝาหลั่งไฉ่ ไทยเรานิยมสั่งเข้ามาจากจีนอีกต่อหนึ่ง แรกทำได้ห้าสีจึงเรียก "เบญจรงค์” คือ ดำ แดง ขาว เขียว (คราม) และเหลืองที่สั่งเข้ามาใช้ในราชสำนักเป็นเครื่องถ้วยเบญจรงค์ ฝีมือละเอียดทำจากเตาจิงเต๋อเจิ้น (ching-te-chen) ใกล้กรุงปักกิ่ง นอกนั้นมาจากเตาในมณฑลฝูเจี้ยน และกวางตุ้งก็มี เครื่องถ้วยเบญจรงค์ส่วนใหญ่เป็นเครื่องกังไส เนื้อดินละเอียด สีขาวสะอาด ที่มีเนื้อดินสีนวลอย่างที่เรียกกันว่า “ปังเคย” ก็มี แต่เป็นจำนวนน้อย

เครื่องถ้วยเบญจรงค์ที่สั่งเข้ามาในสมัยอยุธยาตอนปลายส่วนมากเป็นป้านชา ชาม จานเชิง โถทรงแตง โถทรงโกศ และโถยอดปริก มีลายเป็นกลีบบัวแดง ลายก้านขด และก้านแย่ง ที่เป็นลายเทพนม ลายนรสิงห์ ก็มี โดยเฉพาะปากชามไปล่มักนิยมเคลือบพื้นข้างในด้วยสีเขียว เครื่องถ้วยเบญจรงค์ของสมัยธนบุรีมักมีพื้นเป็นสีขาว โดยช่างไทย เป็นผู้ออกแบบให้ลาย ให้สี ตามรูปแบบของศิลปะไทย ส่งไปให้ช่างจีนผลิตใน ประเทศจีนและช่างไทย ตามไปควบคุมการผลิตด้วยจึงเป็นถ้วยชามที่มีรูปลักษณะ แบบไทย โดยเฉพาะลวดลายสีสันแสดงเอกลักษณ์ของไทยอย่างชัดเจน ต่อมาถึงในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการส่งช่างไทยไปดูเรียนรู้การทำเครื่องเบญจรงค์ยังประเทศจีนเพื่อนำมาผลิตในประเทศไทย และกลับย้อนไปนิยมพื้นข้างในเป็นสีเขียวอีกครั้งหนึ่ง ส่วนลายทำเป็นก้านขดมีรูปครุฑ ราชสีห์ และเทพนม เป็นต้น เครื่องถ้วยเบญจรงค์ที่ถือว่าดีที่สุดคือของที่สั่งทำในรัชกาลที่ ๒ จนถึงรัชกาลที่ ๕ จึงหันไปนิยมเครื่องถ้วยลายน้ำทอง และเครื่องลายครามแทน

ขั้นตอนการผลิตเครื่องเบญจรงค์ค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร กล่าวคือ เริ่มต้นด้วยการนำเอาตัววัตถุดิบ เครื่องปั้นสีขาวไปชุบน้ำเคลือบแล้วนำมาเผา เพื่อให้พื้นผิวที่จะเขียนมีความมันวาว แล้วจึงนำมาเขียนลวดลายด้วยสีต่างๆ เป็นการเขียนลวดลายที่เรียกว่า "เขียนบนเคลือบ" ก่อนนำไปอบที่อุณหภูมิ 800-1,200 องศา หรือใช้เวลาประมาณครึ่งวัน การอบสีหลังจากเขียนลวดลายแล้วจะนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 800 ํC ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ซึ่งถ้าอุณหภูมิแรง และใช้เวลานานกว่านี้จะทำให้สีไม่สด และสีอาจละลายได้ ดังนั้นก่อนจะนำเข้าเตาอบ ห้ามนำมือไปแตะต้องสีที่เขียนบนเคลือบไว้เด็ดขาด เครื่องเบญจรงค์แตกต่างจากเครื่องลายครามตรงที่ การเขียนลายครามเป็นการเขียนใต้เคลือบ คือ เขียนลวดลายด้วยสีครามก่อนนำไปชุบน้ำเคลือบแล้วเผา จะได้เครื่องลายครามที่มีผิวมันวาวกลืนไปกับสีครามที่เขียนลวดลายไว้





Date : 18-02-2010 09:30:26

ขายแล้วครับ

Date : 18-02-2010 09:30:26



Counter :15116 [Start : 26/April/2007]